รู้จัก SLB425A เครื่องมือทางการเงิน ESG รุ่นใหม่ ที่นำ OECMs และเป้าหมายด้าน Biodiversity มาเชื่อมกับตัวชี้วัดและต้นทุนทางการเงินของรัฐบาลไทยSD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand รู้จัก SLB425A เครื่องมือทางการเงิน ESG รุ่นใหม่ ที่นำ OECMs และเป้าหมายด้าน Biodiversity มาเชื่อมกับตัวชี้วัดและต้นทุนทางการเงินของรัฐบาลไทยSD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand

SLB425A “เครื่องมือทางการเงิน ESG” รุ่นใหม่ ดึง OECMs เชื่อมเป้าหมายธรรมชาติกับต้นทุนการเงิน

ทำให้ “ธรรมชาติ” กลายเป็นตัวชี้วัดทางการเงิน เน้นเชื่อมโยงมิติ Biodiversity และ Nature Positive ผูกต้นทุนรัฐกับเป้าหมาย OECMs 30% ภายในปี 2030

กันยายน 5,2026…สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เตรียมเปิดตัวพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) รุ่นที่ 2 หรือ SLB425A โดยเชื่อมโยงเงื่อนไขทางการเงินของพันธบัตรกับตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Key Performance Indicators: KPIs และ Sustainability Performance Targets: SPTs) ใน 2 มิติสำคัญ

สะท้อนการขยายบทบาทของการระดมทุนภาครัฐจากการสนับสนุนเป้าหมายด้าน Climate ไปสู่ Climate + Nature โดยเบื้องต้นกำหนดอายุพันธบัตร 15 ปี และวงเงินเสนอขายประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

สำหรับ SLB รุ่นที่ 1 (SLB406A) ซึ่งเริ่มออกครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2567 และมีการออกเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีวงเงินคงค้างรวม 230,139 ล้านบาท มีการกำหนด KPI ด้านสิ่งแวดล้อม 2 ตัว ได้แก่ การควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (ไม่รวมภาคการใช้ประโยชน์ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและป่าไม้: LULUCF) ให้ไม่เกิน 388.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในปี 2030 และการจดทะเบียนใหม่ของรถยนต์นั่งและรถกระบะที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ หรือ Zero Emission Vehicles (ZEVs) ไม่น้อยกว่า 440,000 คันต่อปีภายในปี 2030

ขณะที่ SLB รุ่นที่ 2 (SLB425A) กำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้แก่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเหลือ 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในปี 2035 (รวม LULUCF)  และยกระดับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมโดยเพิ่มการตั้งเป้าสัดส่วน “พื้นที่อนุรักษ์นอกเขตพื้นที่คุ้มครอง” (Other Effective area-based Conservation Measures: OECMs) ไม่น้อยกว่า 30% ภายในปี 2030 เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและเพิ่มศักยภาพการดูดซับก๊าซเรือนกระจกระยะยาว

นับเป็นการนำเป้าหมายด้าน Biodiversity เข้ามาเชื่อมโยงกับตราสารหนี้ภาครัฐอย่างชัดเจนมากขึ้น โดยอัตราดอกเบี้ยจะเชื่อมโยงกับผลการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ซึ่งสามารถปรับเพิ่ม (Step-up) เมื่อไม่บรรลุเป้าหมาย และปรับลด (Step-down) เมื่อบรรลุเป้าหมายตามเงื่อนไขที่กำหนด