งานวิจัยชี้ GL ไทยไม่ได้ดังเพราะ “คู่จิ้น” อย่างเดียว

แต่มีศาสตร์การเล่าเรื่องที่ต่อยอดเป็น Soft Power ได้

ในวันที่ซีรีส์วายไทยถูกพูดถึงในฐานะ Soft Power ที่ไปไกลถึงตลาดต่างประเทศ งานวิชาการชิ้นหนึ่งกำลังช่วยตอบคำถามสำคัญว่า GL ไทยเติบโตเพราะกระแสแฟนด้อมเท่านั้น หรือเพราะมี “ศาสตร์การเล่าเรื่อง” ที่แตกต่างจากคอนเทนต์ทั่วไป

งานวิจัยหัวข้อ Creative Strategies for Developing a Romantic–Comedy Television Series Centered on the Girls Love Genre ถูกนำเสนอในโปรแกรมประชุม IAFOR Paris 2026 / PCAH2026 ในหมวด Arts – Media Arts Practices: Television and Film โดยคณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้แก่ Athip Techapongsatorn, Fahsai Sriket, Kanyarath Larpto, Chawannuch Tanutong, Patcharamai Saichaemjan และ Proudpatcha Santikanavin ได้ฉายภาพสำคัญของอุตสาหกรรมซีรีส์ Girls’ Love (GL) ในประเทศไทย ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกทางวัฒนธรรม (Cultural Export) ที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน (หน้า 137)

งานวิจัยเชิงคุณภาพดังกล่าว ซึ่งทำการสัมภาษณ์เจาะลึก (Focus Group) ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์ไทย 7 คน ทั้งนักเขียนบท ผู้กำกับ และโปรดิวเซอร์ ได้ถอดรหัสองค์ประกอบหลักและกลยุทธ์สร้างสรรค์ในการพัฒนาซีรีส์ GL ได้ข้อสรุปที่น่าสนใจ 2 ส่วนหลัก คือ 4 องค์ประกอบสำคัญในการเล่าเรื่อง และ 5 กลยุทธ์การสร้างสรรค์คอนเทนต์

1.Spatial Escapism: การสร้างโลกในซีรีส์ที่มอบพื้นที่ความปลอดภัยทางอารมณ์ (Emotionally Safe Environment) ให้แก่ผู้ชม โดยโลกของ Romantic-Comedy GL ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงฉากหลังของความรัก แต่เป็นพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์ที่ทำให้ตัวละครหญิงสามารถแสดงความรู้สึก ความปรารถนา และความสัมพันธ์ระหว่างกันได้โดยไม่ถูกตัดสิน งานวิจัยจึงมองว่า GL ที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ขายแค่ความน่ารักหรือเคมีของคู่หลัก แต่สร้าง “โลก” ที่ผู้ชมรู้สึกอยากเข้าไปอยู่ร่วมด้วย
2.Character Dynamics: ความสัมพันธ์ของตัวละครที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยทางอารมณ์ การเคารพซึ่งกันและกัน และการดูแลเอาใจใส่
3.Visual Storytelling through “Sapphic Gaze”: การเล่าเรื่องด้วยภาพผ่านมุมมองและความรู้สึกของผู้หญิงที่รักผู้หญิง (Sapphic Gaze)
4.Redefined Narrative Resolutions: การคลี่คลายปมของเรื่องราวในรูปแบบใหม่ เช่น การตั้งคำถามหรือรื้อแนวคิดการคลุมถุงชนแบบเดิม (“Queered Anti-Betrothals”)

คลิกอ่านข่าวที่ภาพ

1.Queering Classic Tropes: การนำพล็อตยอดนิยม เช่น การแกล้งเป็นแฟนกัน (Fake dating) หรือ คู่ปรับกลายเป็นคู่รัก (Enemies-to-lovers) มาตีความใหม่ผ่านมิติอัตลักษณ์ทางเพศ (Queer Identity)
2.In-group LGBTQ+ Humor: การใส่ความหรรษาและอารมณ์ขันเฉพาะกลุ่ม LGBTQ+ เพื่อสร้างความรู้สึกร่วมและความใกล้ชิดกับผู้ชม
3.Pacing Contrast: การบริหารจังหวะเรื่องราวที่สร้างความตึงเครียดแบบค่อยเป็นค่อยไป (Slow Burn) สลับกับความขัดแย้งเชิงตลกขบขันในชีวิตประจำวัน (Hyper-domesticity comedic dissonance)
4.Decentering Male Gaze: การลดบทบาทมุมมองแบบเพศชาย (Male Gaze) แล้วหันมาเน้นอุปสรรคภายในจิตใจและมุมมองของผู้หญิง (Female Gaze)
5.Stylized Visual & Auditory Mechanisms: การใช้เทคนิคภาพและเสียงที่มีเอกลักษณ์เพื่อดึงดูดอารมณ์ความรู้สึกของผู้ชม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ Thai PBS/The Active/ รายงานว่า ผู้ผลิตซีรีส์วายไทยต้องการให้รัฐสนับสนุนงบ Soft Power ต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2570 เพื่อช่วยขยายตลาดต่างประเทศ หลังซีรีส์วายไทยได้รับความนิยมในหลายประเทศ โดยนายกสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์วายไทย หรือ TBLC ระบุว่าไทยเป็น Global Hub ที่ทำซีรีส์ได้ดีและขายได้ในต่างประเทศ ข้อมูลตัวเลขเชิงสถิติสะท้อนความสำเร็จอันโดดเด่นอย่างชัดเจน

คลิกอ่านข่าวที่ภาพ

SD Perspectives เคยนำเสนอเนื้อหาในมิติเชิงเศรษฐกิจ ศูนย์วิจัย SCB EIC เคยประเมินว่า รายได้รวมของผู้ผลิตภาพยนตร์และซีรีส์วายไทย มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องราว 17% YoY และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่า 4,900 ล้านบาท ในปี 2568

อ่านซีรีส์ GL เพิ่มเติม