กรกฎาคม 14,2026…นิสิต-นักศึกษา นำเสนอโครงการเชิงกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจเอสซีจีกับสาธารณรัฐประชาชนจีน สอดคล้องกับแนวคิด “องค์กรแห่งโอกาส” ของเอสซีจี สนับสนุนโอกาสที่หลากหลาย สิ่งสำคัญที่สุดที่จะได้รับจากโครงการ “Possibilities Space for Young Talent Program 2026” ไม่ใช่แค่รางวัลหรือได้แสดงศักยภาพบนเวทีแข่งขัน แต่เป็น “โอกาส” ในการพัฒนาศักยภาพตัวเอง จากการเรียนรู้จากโจทย์ธุรกิจจริง ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ และได้ลองคิดในมุมใหม่ ๆ
ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวในการเปิด Pitching ของนิสิต-นักศึกษาในโครงการฯ จีนเป็นหนึ่งในตลาดกลยุทธ์ของเอสซีจี และเป็นโอกาสด้านนวัตกรรม การลงทุน และ Supply Chain ระดับโลก เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า การได้เรียนรู้จากโจทย์ธุรกิจจริง พร้อมคำแนะนำจากวิทยากรตลอดโครงการ จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่นำไปต่อยอดในการทำงานจริง และยังช่วยเพิ่มความมั่นใจและเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้นำธุรกิจในอนาคตต่อไป

ก่อนเปิดงาน CEO เอสซีจี เปิดโอกาสให้น้องถาม
Q : หากอยากทำงานกับเอสซีจี นอกจากภาษาจีนแล้ว ควรเตรียมตัวด้านใดอีกบ้าง
A:สิ่งแรกคือควรเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้าน AI ส่วนภาษาจีน หากสามารถสื่อสารได้ก็จะเป็นข้อได้เปรียบเพิ่มเติม
อีกเรื่องหนึ่ง น้องพร้อมที่จะไปทำงานต่างประเทศไหม? คือต้องมีความพร้อมที่จะไปทำงานในต่างประเทศ เพราะเอสซีจีมีธุรกิจในหลายประเทศ หากมีประสบการณ์เรียน หรือใช้ชีวิตในต่างประเทศอยู่แล้ว ก็จะช่วยให้ปรับตัวได้ง่ายขึ้น
สำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการนี้ ก็สามารถนำประสบการณ์จากโครงการไปใช้อ้างอิงในการสมัครงานได้เช่นกัน
Q : หากย้อนกลับไปบอกตัวเองในอดีต ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็น CEO อยากบอกอะไรกับตัวเองมากที่สุด
A:สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนที่ต้องการประสบความสำเร็จคือ อย่าหยุดเรียนรู้
หลังจากพี่เรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้า พี่ถูกส่งไปทำงานในโรงงานปูนซีเมนต์ วันแรกที่เข้าโรงงาน รุ่นพี่ก็นำตำราเล่มใหญ่มาให้ศึกษา เพื่อเตรียมตัวสอบและเรียนรู้เรื่องการผลิตปูน
ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ ตั้งแต่การทำงานในโรงงาน การบริหารโครงการ งานด้านการเงิน การเรียน MBA งานไอที การพัฒนาธุรกิจ การทำงานในเวียดนาม การเป็น CFO จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็น CEO
ทุกครั้งที่เปลี่ยนบทบาทก็ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ เพราะฉะนั้น หากเราหยุดเรียนรู้ เราจะมีปัญหาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในช่วงที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่ายุคที่ผ่านมา
เราจึงต้องสร้างกระบวนการ และวินัยในการเรียนรู้ให้กับตัวเอง ต้องมี Learning Routine ที่ดี เพื่อให้สามารถพัฒนาทักษะใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่อยากฝากไว้คือ “Keep Learning, Keep Learning New Skills.”
Q : ในเส้นทางการทำงานกว่า 30 ปี เคยมีช่วงเวลาที่ท้อหรือไม่ และลุกกลับขึ้นมาได้อย่างไร
A:ชีวิตการทำงานกว่า 30 ปี ไม่มีอะไรสวยหรูหรือประสบความสำเร็จอยู่ตลอดเวลา ชีวิตมีทั้งช่วงขึ้นและช่วงลง บางช่วงเราอาจประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับ แต่บางช่วงก็อาจไม่ประสบความสำเร็จและต้องเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพบเจอในชีวิตจริง
สิ่งที่อยากฝากคือ กราฟชีวิตสามารถขึ้นและลงได้ แต่ขอให้ค่าเฉลี่ยของกราฟนั้นค่อย ๆ สูงขึ้น
ในแต่ละปี เราควรมีชีวิตที่ดีขึ้น มั่นคงขึ้น เก่งขึ้น และมีความสามารถที่กว้างขึ้น ไม่ใช่แย่ลงหรือยืนอยู่กับที่เมื่อเราเรียนรู้เรื่องใหม่ แม้จะมีทั้งความผิดพลาดและความสำเร็จ ฐานความสามารถของเราก็จะกว้างขึ้น และประตูแห่งโอกาสจะเปิดมากขึ้น
วันที่เราไม่ประสบความสำเร็จ เช่น วันนี้นำเสนอโครงการแล้วไม่ผ่าน หากมองว่าเป็นความล้มเหลว เราก็จะเสียใจ แต่หากถามตัวเองว่า
เราได้เรียนรู้อะไร
เราเก่งขึ้นตรงไหน
เราจะพัฒนาอะไรต่อไป
ประสบการณ์นั้นก็จะทำให้เราดีขึ้น
การแข่งขันครั้งนี้อาจมีบางทีมไม่ได้รับรางวัล แต่พี่อยากให้ทุกทีมกลับบ้านอย่างมีความสุข เพราะทุกคนสามารถเป็นผู้ชนะได้ หากได้เรียนรู้สิ่งใหม่จากกระบวนการนี้
สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับมุมมองว่า เราจะมองความผิดพลาดเป็นความล้มเหลว หรือมองว่าเป็นบทเรียนที่ทำให้เราเติบโตขึ้น
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม



