AIS เปิดแคมเปญ E-Waste to PRIDE

เปลี่ยนขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นทรัพยากรตามแนวคิด Circular Economy

มิถุนายน 5,2026…ในวันสิ่งแวดล้อมโลก หรือ World Environment Day วันนี้โลกกำลังเผชิญวิกฤตขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตเร็วที่สุด AIS เลือกสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านภาษาที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ด้วยแคมเปญ “E-Waste to PRIDE” จัดกิจกรรม “E-Waste to PRIDE: เปลี่ยนขยะ E-Waste เป็นแฟชั่นแห่งความภาคภูมิใจ” ชวนให้ผู้คนมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่เคยถูกทิ้ง อาทิ โทรศัพท์มือถือเก่า สายชาร์จ หูฟัง และอุปกรณ์ดิจิทัลต่าง ๆ และเปลี่ยนขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจ

สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS กล่าวว่า

“AIS ในฐานะผู้นำเชื่อว่า ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จริงเมื่อทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างง่าย เข้าใจได้ และเห็นคุณค่าของการเปลี่ยนแปลง โดยกิจกรรม E-Waste to PRIDE ไม่ได้เป็นเพียงการรณรงค์ให้ทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี แต่เป็นการสร้างบทสนทนาใหม่ในสังคมว่า สิ่งที่เคยถูกมองว่าไร้ค่า สามารถกลับมาสร้างประโยชน์และแรงบันดาลใจได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับความหลากหลายของผู้คนที่ล้วนมีคุณค่าและควรได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียม”

เป้าหมายสำคัญ AIS คือการสร้าง Sustainability Ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และระบบรีไซเคิลเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้บริโภคมีแรงจูงใจในการเปลี่ยนพฤติกรรม พันธมิตรมีส่วนร่วมสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และทำให้ E-Waste ทุกชิ้นเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกต้อง เพราะทุกชิ้นส่วนที่ถูกส่งต่ออย่างรับผิดชอบ คือก้าวสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

รายงาน Global E-waste Monitor 2024 ระบุว่า โลกสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์มากถึง 62 ล้านตัน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 82 ล้านตันภายในปี 2030 แต่สามารถรีไซเคิลอย่างถูกต้องได้เพียง 22.3% เท่านั้น ส่งผลให้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลสูญหายไปจากระบบเศรษฐกิจ ทั้งที่ E-Waste เปรียบเสมือน “เหมืองในเมือง” (Urban Mine) ซึ่งอุดมไปด้วยทองคำ ทองแดง เหล็ก และแร่หายากที่เป็นวัตถุดิบสำคัญของเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกมีมูลค่าวัตถุดิบสูงถึง 9.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากการสูญเสียทรัพยากร E-Waste ยังเป็นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เนื่องจากมีสารอันตราย เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม และสารหน่วงไฟ หากถูกทิ้งหรือกำจัดไม่ถูกวิธี สารพิษเหล่านี้สามารถปนเปื้อนสู่ดิน น้ำ และอากาศ ก่อนย้อนกลับเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร รายงานระบุว่า ในแต่ละปีมีสารปรอทรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อมกว่า 58,000 กิโลกรัม และพลาสติกปนเปื้อนสารพิษกว่า 45 ล้านกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจากปัญหา E-Waste สูงถึง 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

AIS ขอเชิญชวนคนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ด้วยการนำ E-Waste มาทิ้งอย่างถูกวิธี เพื่อส่งต่อทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล ลดการทิ้งขยะผิดวิธี และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน