เมษายน 17,2026…จาก Pain Point เห็นขวดน้ำ PET วันละหลายร้อยขวดในร้านอาหาร นำมาสู่ระบบผลิตน้ำแร่ ณ จุดบริโภคด้วยแบรนด์ rynn ใช้ Nano-filter คงแร่ธาตุ 80% พร้อมโมเดล Refill และ Carbon Credit ที่เชื่อม Sustainability กับต้นทุนธุรกิจจริง
อนุสร โลหะพันธกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ บุญญเดช มิตรอุปถัมภ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท นาโนว่า จำกัด ผู้ผลิตน้ำแร่แบรนด์ rynn (ริน) มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมน้ำและอยู่ในแวดวง F&B มานานพบว่า
ร้านอาหารขนาดเล็ก ใช้ขวดน้ำพลาสติกหลายร้อยขวดต่อวัน สร้างขยะพลาสติกจำนวนมหาศาล และการรีไซเคิลยังไม่เพียงพอ
การขนส่งน้ำดื่มแบบขวด มักจะมาจากโรงงานในจังหวัดรอบ ๆ กรุงเทพฯ นั่นหมายถึงการเพิ่มคาร์บอนจากการขนส่ง
“อยากให้ลองนึกภาพง่าย ๆ กรุงเทพฯ มีคนอยู่ประมาณ 10 ล้านคน สมมุติแต่ละคนดื่มน้ำคนละ 1 ขวดต่อวัน ก็ต้องใช้น้ำ 10 ล้านขวดต่อวัน 10 ล้านขวดต่อวัน เมื่อดื่มน้ำหมดหากทิ้งก็เป็นขยะ แม้จะนำไปรีไซเคิล ก็มีตัวเลขของทางยุโรปซึ่งมีเครื่องมือที่ดีกลับพบว่า ทั่วโลกรีไซเคิลได้น้อยกว่า 10% เมื่อกลับมาดูจำนวน 10 ล้านขวดต่อวัน รถ10 ล้อคัน 1 คันบรรทุกได้ประมาณ 20,000 ขวด นั่นหมายถึงว่า ต้องใช้รถ 500 คันต่อวัน ปล่อยคาร์บอนสร้างก๊าซเรือนกระจกแบบที่เรานึกภาพไม่ออกเลย แนวคิดคือควรผลิตน้ำดื่ม ณ จุดที่บริโภคเพื่อลดการขนส่งและลดคาร์บอนฟุตพรินต์”
อนุสร เลือกตั้งคำถามใหม่ว่า “ทำไมเรายังต้องผลิตและขนส่งน้ำดื่มขวดตั้งแต่แรก” และนี่คือ Pain Point ทำให้เกิดแบรนด์ rynn พัฒนาโซลูชัน “Mineral Preserved Water” ระบบผลิตน้ำแร่แบบ On-site รายแรกของไทย ที่ช่วยให้ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม และองค์กร สามารถผลิตน้ำดื่มคุณภาพสูงได้ ณ จุดบริโภค ด้วยโมเดลธุรกิจแบบ Subscription ลดการพึ่งพาน้ำขวด และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
“เทคโนโลยีหลักของ rynn คือระบบกรองแบบ Nano-filter ความละเอียด 0.001 ไมครอน ที่สามารถกรองเชื้อโรค แบคทีเรีย และสิ่งปนเปื้อนออกจากน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังคงรักษาแร่ธาตุธรรมชาติไว้ได้ประมาณ 80% แตกต่างจากระบบ Reverse Osmosis (RO) ที่กรองทุกอย่างออกจนเหลือเพียงน้ำที่ไม่มีแร่ธาตุอะไรที่ร่างกายต้องการเลย จะเรียกว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์ แบบน้ำกลั่นเติมหม้อน้ำรถก็คงไม่ผิดนัก”

อนุสรอธิบายต่อเนื่องถึงการดำเนินธุรกิจเมื่อ 3 ปีที่แล้วพร้อมกับ Educated ร้านอาหารทุกระดับที่เป็นลูกค้า และหากมีโอกาสได้พบลูกค้าของร้านก็จะช่วยอธิบายเรื่องประโยชน์น้ำแร่ เพราะในมุมสุขภาพ แนวคิด “น้ำสะอาดอย่างเดียวไม่พอ” โดยร่างกายมนุษย์ต้องการ “แร่ธาตุ” เพื่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะในสภาวะที่สูญเสียเหงื่อหรือร่างกายอ่อนล้า การดื่มน้ำ ที่ไม่มีแร่ธาตุอาจไม่ตอบโจทย์การฟื้นฟูร่างกายเท่าที่ควร ทำให้น้ำแร่ถูกมองว่าเป็น Functional Drink และเป็นสินค้าพรีเมียม
“อีกข้อสงสัยหนึ่งจะมาจาก Mindset ที่ว่าน้ำประปาไม่สะอาด บางพื้นที่ก็ใช้น้ำบาดาล จึงต้องดื่มน้ำ RO หรือน้ำขวด หรือน้ำที่ผ่านเครื่องกรองที่บ้าน ซึ่งจริง ๆ แล้ว ต้นทางน้ำที่มาจากท่อก็เป็นน้ำประปาแบบที่ rynnใช้อยู่ แต่ที่แตกต่างดังกล่าวแล้วคือ rynn ยังคงรักษาแร่ธาตุธรรมชาติในน้ำไว้ได้ประมาณ 80%”
บุญญเดช ขยายความถึงโมเดลธุรกิจของ rynn คือSubscription โดยลูกค้าจ่ายค่าบริการรายเดือนขนาด S 8,000 บาท/เดือน ผลิตน้ำแร่ได้ 30 ลิตร/ชม. ราคา 10,000 บาท/เดือน จะเป็นขนาด M กำลังการผลิต 60 ลิตร/ชม. ขนาดใหญ่สุดผลิตได้ 120 ลิตร/ชม. ราคา 15,000 บาท/เดือน ราคารายเดือนครอบคลุมการติดตั้ง บำรุงรักษา และเปลี่ยนไส้กรองทั้งหมด ส่งผลให้ต้นทุนน้ำต่อขวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะร้านที่ใช้น้ำมากกว่า 100 ขวดต่อวัน ซึ่งสามารถคุ้มค่าได้ทันทีเมื่อเทียบกับการซื้อน้ำดื่มบรรจุขวด
“ในมิติสิ่งแวดล้อม ระบบของ rynn จากการวัดผลเมื่อเทียบกับการใช้น้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 500 มิลลิลิตร พบว่า เมื่อมีการลดจำนวนการใช้น้ำดื่มบรรจุขวดในปริมาณที่เพิ่มขึ้น จะสามารถคำนวณผลการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ได้อย่างเป็นรูปธรรม”
จำนวนขวดพลาสติกที่ลด ปริมาณ CO₂ ที่ลดได้
1 ขวด ~0.1 kg CO₂
1,000 ขวด ~100 kg CO₂
10,000 ขวด ~1 ton kg CO₂
100,000 ขวด ~10 ton kg CO₂
ข้อมูลจากการวัดผลการลดคาร์บอนของระบบผลิตน้ำแร่ของ rynn จึงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับกลุ่มลูกค้าใน ระดับองค์กร (B2B) ที่มีเป้าหมายในการลด Carbon Footprint โดยสามารถนำไปต่อยอดได้ทั้งในมิติของ การบริหารจัดการ และการสื่อสารด้านความยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ

อีกทั้ง ข้อมูลดังกล่าวถูกต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการ Carbon Credit ร่วมกับ depa โดยติดตั้งมิเตอร์วัดการใช้น้ำในแต่ละจุด องค์กรสามารถนำตัวเลขดังกล่าว ไปรวมเป็นส่วนหนึ่งของรายงานผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (ESG) ประจำปีได้ ไม่ว่าจะเป็นการสรุปปริมาณ การลดการใช้ขวดน้ำพลาสติก หรือการแปลงผลดังกล่าวเป็นปริมาณ การลดการปล่อยคาร์บอนขององค์กรในภาพรวม
อนุสรกล่าวในท้ายที่สุด ปัจจุบัน rynn มีจุดติดตั้งแล้วกว่า 300 แห่งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต ครอบคลุมตั้งแต่ร้านอาหาร Fine Dining 80% ไปจนถึงโรงแรม 15% โรงพยาบาล และคาเฟ่ 5% โดยมีเป้าหมายขยายสู่ 500 จุด พร้อมต่อยอดไปยังอาคารสำนักงานและตลาดครัวเรือนในอนาคต เพื่อผลักดันให้ “การผลิตน้ำแร่ ณ จุดบริโภค” กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของระบบน้ำดื่มไทย
ในวันที่ ESG กำลังกลายเป็น “ภาษาของธุรกิจ” กรณีของ rynn สะท้อนให้เห็นว่า ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นจริงได้ก็ต่อเมื่อสามารถเชื่อมโยงกับ “ต้นทุน-ประสิทธิภาพ-รายได้” และเปลี่ยนจากแนวคิดเชิงภาพลักษณ์ ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการใช้ชีวิต





