ธันวาคม 11,2025…ชฎาทิพย์ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสยามพิวรรธน์ กล่าวถึงการเปิดบทใหม่ให้วงการค้าปลีกและนโยบายสาธารณะของไทย ผ่าน “NEXTOPIA” มูลค่า 850 ล้านบาท โครงการที่ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ แต่เป็น เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต
รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต Chief Sustainability Advisor สร้างสรรค์และขับเคลื่อนเมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคตแห่งนี้ ร่วมกับ NEXTOPIA ตั้งโจทย์ใหม่ให้สังคมไทยว่า หากโลกกำลังอยู่ใน “ภาวะฉุกเฉินด้านความยั่งยืน” เมืองควรทำหน้าที่อะไร และประชาชนควรมีบทบาทอย่างไรในการออกแบบอนาคตที่เราอยากอยู่ร่วมกัน
โลกไม่ได้อยู่ในช่วง “เปลี่ยนผ่านพลังงาน” อีกต่อไป แต่อยู่ในช่วง “เอาตัวรอด” อย่างแท้จริง คือคำเตือนของอาจารย์สิงห์ที่ชี้ให้เห็นว่า จากฟอสซิลสู่ไฮโดร สู่ไฟฟ้า จากเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่ความหลากหลายทางชีวภาพ ทุกแนวคิดล้วนสำคัญ แต่ไม่เพียงพอเมื่อโลกเข้าสู่ Emergency Mode แล้ว
“สัญญาณชัดเจนที่สุดคือปรากฏการณ์น้ำท่วมใหญ่ในหาดใหญ่กลางฤดูที่ไม่ควรเกิดขึ้น เป็นภาพสะท้อนว่า Climate Change ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป และกลายเป็นคำถามใหญ่ต่อสังคมว่า สิ่งที่เราทำมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา มันใช่หรือไม่ เมื่อสิบปีก่อนสิ่งแวดล้อมดีกว่าวันนี้ ยี่สิบปีก่อนก็ดีกว่าเมื่อสิบปีที่แล้ว เราอาจต้องยอมรับว่าทั้งระบบต้องการมากกว่า “วิธีแก้แบบเดิม ๆ” แต่ต้องการการเปลี่ยนเกม ความกล้าหาญที่จะสร้าง Paradigm shift จริง ๆ”
นี่คือเหตุผลที่ทำให้ NEXTOPIA ไม่ได้เป็นแค่งานนิทรรศการ ไม่ใช่กิจกรรม 1–3 วัน แต่เป็น “เมืองต้นแบบถาวร” ที่ตั้งอยู่กลางกรุงเทพฯ เพื่อทดสอบอนาคตในชีวิตจริง อาจารย์สิงห์สะท้อนว่าความพิเศษของ NEXTOPIA คือการเกิดขึ้นจากพลังร่วมของกว่า 50 องค์กรและอีกหลายคอมมูนิตี้ ที่รวมมือกันสร้างพื้นที่ทดลองระดับประเทศ เมืองแห่งนี้จึงไม่ใช่วิสัยทัศน์ของใครคนหนึ่ง แต่เป็น Sustainability Sandbox ที่ทุกคนต้องมาร่วมกำหนดอนาคตด้วยกัน พื้นที่ที่โลกใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้นจริง ไม่ใช่บนเวทีเสวนา แต่บนพื้นที่ที่มีชีวิต มีผู้คน และมีผลกระทบต่อเมืองในแต่ละวัน
ภายในพื้นที่ 15,000 ตารางเมตรของสยามพารากอน NEXTOPIA ทำหน้าที่เสมือน “ห้องทดลองระดับประเทศ” ที่ผสานการออกแบบ สถาปัตยกรรม นโยบายสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสะอาด และพลังสร้างสรรค์ของผู้คนกว่า 350 องค์กรและผู้ประกอบการ เพื่อแสดงให้เห็นว่าความยั่งยืนไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่คือระบบนิเวศที่ต้องทดลอง วัดผล และลงมือทำจริงทุกวัน
Urban Farm (Vertical Farm) ฟาร์มผักกลางเมืองพื้นที่ปลูกผักแนวตั้งที่เปิดให้ผู้เยี่ยมชมเรียนรู้และทดลองปลูกผัก–สมุนไพร พร้อมนำกลับบ้านหรือส่งต่อให้ร้านอาหารในพื้นที่
AR Installation AR Binoculars มองเห็นระบบที่ซ่อนอยู่ กล้อง AR ที่ช่วยให้ผู้ใช้เห็นนวัตกรรมและระบบต่างๆ ภายใน NEXTOPIA แบบเรียลไทม์เพียงส่องไปยังจุดต่างๆ
Global Impact Dashboard ข้อมูล NASA/GISTDA แบบเรียลไทม์ จุดแสดงข้อมูลภูมิอากาศและเหตุการณ์ธรรมชาติจาก NASA และ GISTDA พร้อม Eco Impact Dashboard ที่รายงานพลังงาน น้ำ ขยะ และพลังงานที่ผลิตจาก Kinetic Floor
ระบบ Green Point แต้มสะสมจากกิจกรรมยั่งยืนผู้ใช้งานสามารถสะสม Green Points จากกิจกรรมต่างๆ ใน NEXTOPIA เพื่อรับสิทธิประโยชน์และร่วมสร้างสังคมยั่งยืน
สถาปัตยกรรม
ซ่อนระบบนิเวศความยั่งยืนไว้ในทุกดีเทล
รศ.ดร.สิงห์อธิบายต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวที่ทำให้เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต “หายใจได้จริง”
NEXTOPIA วางระบบนิเวศของเมืองด้วยเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมที่ออกแบบมาเพื่อลดคาร์บอน เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตในพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีหลักดังนี้
- Solar Clean Energy เปลี่ยนแสงแดดเป็นพลังงานของเมือง โซลาร์รูฟขนาดใหญ่โดย B.Grimm ผลิตพลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ช่วยให้ระบบอาคารขนาด 15,000 ตร.ม. ใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของโครงการ
- Kinetic Floor พื้นผลิตพลังงานจากทุกย่างก้าว นวัตกรรมที่เปลี่ยน “พลังงานจลน์ของผู้ใช้พื้นที่” ให้กลายเป็นไฟฟ้า ใช้งานจริงในพื้นที่สาธารณะ สะท้อนแนวคิดว่าประชาชนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตพลังงานสะอาดได้ทันที
- Radiant Cooling Floor ระบบทำความเย็นใต้พื้นที่ไม่ต้องใช้ลม ระบบทำความเย็นแบบแผ่รังสี (Floor Radiant Cooling) รักษาอุณหภูมิให้เย็นสม่ำเสมอ ลดการใช้ลมเป่า ลดฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ และลดการใช้พลังงานของระบบแอร์แบบเดิม
- Displacement Air System (DAS) + DOAS คุณภาพอากาศระดับคลีนรูมในพื้นที่สาธารณะ เทคโนโลยีจาก Daikin ที่ แยก–กำจัด–เติมอากาศใหม่ อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดสารปนเปื้อน เชื้อโรค และควบคุมคุณภาพอากาศให้เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยทั้งวันในพื้นที่ปิดขนาดใหญ่
- Cooling Waterfall น้ำตกความเย็นสูง 16 เมตรเป็น “แอร์ธรรมชาติ” ระบบน้ำตก 3 ชั้นที่ช่วยควบคุมความชื้นและอุณหภูมิในอาคาร ทำงานเหมือนเครื่องปรับอากาศธรรมชาติที่ใช้พลังงานต่ำ เพิ่มสภาวะน่าสบายให้กับผู้มาเยือนตลอดปี
- Low-VOC Materials ลดสารเคมีและมลพิษในอาคาร พื้นที่ทั้งหมดถูกสร้างด้วยวัสดุและสี Ultra Low VOCs จาก TOA และวัสดุก่อสร้างที่ออกแบบเพื่อลดการปล่อยสารเคมีจาก TPI Polene, Vanachai และ Saint-Gobain ลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
- Recyclable & Upcycled Materials เมืองที่สร้างจากวัสดุที่เกิดใหม่ได้เสมอโครงสร้างบางส่วน เช่น เมทัลชีทรีไซเคิลระดับสูงจาก BlueScope รวมถึงงานตกแต่งจากวัสดุเหลือใช้ เช่น ขยะทะเล เศษอะลูมิเนียม และเศษวัสดุก่อสร้าง วางรากฐานให้เมืองเป็นต้นแบบของ “Circular Design”
“ทั้งหมดนี้ช่วยให้พื้นที่ใช้พลังงานสะอาดกว่า 37% และเป็นโมเดลที่สามารถนำไปขยายผลสู่พื้นที่สาธารณะอื่นในอนาคต NEXTOPIA ไม่ได้หยิบเทคโนโลยีมาใช้เพื่อความล้ำสมัย แต่เพื่อออกแบบเมืองที่ประหยัดพลังงาน มีคุณภาพอากาศดีกว่าเดิม และใช้วัสดุที่มีผลกระทบต่ำต่อโลก มันคือโมเดลเมืองอนาคตที่แสดงให้เห็นว่า โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวสามารถเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ชีวิตได้จริง Not just engineering, but everyday living.” รศ.ดร.สิงห์กล่าว
Design × Waste
เมื่อขยะกลายเป็นแรงบันดาลใจ
หนึ่งในความน่าสนใจของ NEXTOPIA คือการนำ “ของเสีย” กลับมามีชีวิตใหม่
ผลงานศิลปะหลากหลายชิ้น ตั้งแต่เศษอะลูมิเนียม ขยะทะเล เสื้อผ้าเก่า ไปจนถึงกากอ้อย ถูกตีความใหม่เป็นงานดีไซน์ร่วมสมัย ผ่านฝีมือของช่างฝีมือ ชุมชน และผู้พิการทางสายตา
The Spiral บันไดโถงเชื่อมพื้นที่ชั้น 4, 5 และ 5A ออกแบบด้วยแนวคิด Nature Inspired เชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติอย่างมีศิลปะ พร้อมใส่ความยั่งยืนด้วยงานศิลป์จากวัสดุเหลือใช้
The Forest Canopy และ The Ocean Canopy อินทีเรียดีไซน์สุดล้ำที่สร้างจากวัสดุรีไซเคิลและขยะทะเล กลายเป็นงานศิลป์ที่ทุกคนต้องตื่นตาตื่นใจ
เมทัลชีท โดย BlueScope วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยสามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในระดับสูง การใช้วัสดุรีไซเคิลที่มีโครงสร้างที่ทนทาน ช่วยลดการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม
ที่นี่จึงเป็นพื้นที่ที่พิสูจน์ว่า ความยั่งยืนไม่ใช่ภาระ แต่คือวัสดุแห่งจินตนาการ
ประสบการณ์ที่ทำให้ผู้ชม
“เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง”
NEXTOPIA ออกแบบให้ผู้มาเยือน “ลงมือทำ” พร้อม ๆ กับการถ่ายรูป
Kinetic Floor พื้นผลิตพลังงานจากทุกก้าวเดิน พื้นนวัตกรรมที่เปลี่ยนพลังงานจลน์ของผู้มาเยือนให้เป็นไฟฟ้า สร้างพลังงานสะอาดได้เพียงแค่เดินบนพื้นเทคโนโลยีนี้
Urban Farm (Vertical Farm) ฟาร์มผักกลางเมืองพื้นที่ปลูกผักแนวตั้งที่เปิดให้ผู้เยี่ยมชมเรียนรู้และทดลองปลูกผัก–สมุนไพร พร้อมนำกลับบ้านหรือส่งต่อให้ร้านอาหารในพื้นที่
AR Installation AR Binoculars มองเห็นระบบที่ซ่อนอยู่ กล้อง AR ที่ช่วยให้ผู้ใช้เห็นนวัตกรรมและระบบต่างๆ ภายใน NEXTOPIA แบบเรียลไทม์เพียงส่องไปยังจุดต่างๆ
Global Impact Dashboard ข้อมูล NASA/GISTDA แบบเรียลไทม์ จุดแสดงข้อมูลภูมิอากาศและเหตุการณ์ธรรมชาติจาก NASA และ GISTDA พร้อม Eco Impact Dashboard ที่รายงานพลังงาน น้ำ ขยะ และพลังงานที่ผลิตจาก Kinetic Floor
Green Point ระบบแต้มสะสมจากกิจกรรมยั่งยืนผู้ใช้งานสามารถสะสม Green Points จากกิจกรรมต่างๆ ใน NEXTOPIA เพื่อรับสิทธิประโยชน์และร่วมสร้างสังคมยั่งยืน

ทั้งหมดนี้คือประสบการณ์ที่เชื่อมความรู้เข้ากับความสนุก เพื่อให้ความยั่งยืนกลายเป็นไลฟ์สไตล์
NEXTOPIA ตั้งเป้าดึงคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Y และ Gen Z เข้ามาเป็น “เจ้าของเมืองร่วมกัน” มีทั้งเวิร์กช็อป สวนเรียนรู้ Biomimicry ห้องทดลองไอเดีย และมีการสื่อสารเรื่องยั่งยืนด้วยภาษาของคนรุ่นเดียวกัน เมืองแห่งอนาคตจึงไม่ได้เริ่มจากอาคาร แต่เริ่มจาก “คนที่พร้อมจะสร้างมันขึ้นมา”
รศ.ดร.สิงห์ กล่าวถึงความท้าทาย อย่างตรงไปตรงมา เช่น การวัดคาร์บอนฟุตพริ้นท์สินค้ายังขาดฐานข้อมูลที่ชัดเจน ต้นทุนของผู้ประกอบการบางรายเพิ่มขึ้น ยังขาดส่วน Repair Shop เหล่านี้ยังเป็นโจทย์ยาก
อย่างไรก็ตาม หาก NEXTOPIA ประสบความสำเร็จ เมืองต้นแบบนี้อาจถูกขยายโมเดลไปยังจังหวัดต่างๆ และอาจกลายเป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญที่ทำให้ไทยกลายเป็นผู้นำด้านอาหาร การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์สีเขียวในระดับโลก
NEXTOPIA เปรียบเสมือนคำกล่าวของเมืองที่บอกกับโลกว่า “เรายังไม่สมบูรณ์ แต่เรากำลังลงมือทำ และพร้อมให้ทุกคนร่วมเติมอนาคตไปด้วยกัน”
นี่คือพื้นที่ที่คนเดินห้างสามารถผลิตพลังงานได้ พื้นที่ที่ช่างฝีมือผู้พิการสร้างงานศิลปะจากขยะ พื้นที่ที่ร้านค้าต้องผ่านข้อสอบด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่ที่เยาวชนเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และพื้นที่ที่ประเทศไทยประกาศบทบาทใหม่บนเวทีโลกในฐานะ Co-Creator ของอนาคตยั่งยืน
NEXTOPIA คือคำเชิญชวนที่เปิดกว้างต่อทุกคน นักท่องเที่ยว ภาคธุรกิจ ชุมชน เยาวชน และสถาบัน ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเมืองที่กำลังทดลองสร้าง “โลกที่น่าอยู่กว่าที่เราเกิดมาเจอ” จากใจกลางสยามพารากอน ไปสู่การยกระดับบทบาทของไทยบนเวทีโลกด้านความยั่งยืน








