NEXT GEN

เผยผลวิจัย “กลยุทธ์การตลาดโลกสวย” ยังต้องทำงานหนักเพื่อสร้าง #LifestyleSustainability

11-12 มกราคม 2563…วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดข้อมูลงานวิจัยการตลาดโลกสวย Voice of Green: เพื่อโลก เพื่อเรา จากกลุ่มผู้บริโภค 1,252 คน พบผู้บริโภคไม่น้อยเริ่มเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรม ยอมจ่ายกับสินค้าECO ซึ่งเป็นช่องทางการตลาด แต่ยังมีจำนวนมากที่ไม่สนใจ ซึ่งทุกฝ่ายยังต้องทำงานหนักในเรื่องนี้

ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่มีแนวโน้มตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า และบริการที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงทัศนคติการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้โลกสวยด้วยไลฟ์สไตล์รักษ์โลกของตนเอง ส่งผลให้ทุกธุรกิจเผชิญความท้าทาย และต้องเร่งปรับกลยุทธ์การตลาด ให้เท่าทันเทรนด์รักษ์โลกของกลุ่มผู้บริโภคโลกสวยในยุคปัจจุบัน

พิมพ์ลดา ธารินทร์ภิรมย์ Project Leader งานวิจัย Voice of Green เพื่อโลก เพื่อเรา ตัวแทนนักศึกษา สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า งานวิจัยนี้ทำทั้ง Quantitative และ Quanlitatives ข้อมูลงานวิจัยการตลาดกับกลุ่มผู้บริโภค จำนวน 1,252 คน เป็นกลุ่ม Baby boomer อายุ 55-73 ปี และ Gen X อายุ 39-54 ปี สูงสุด โดยกลุ่มสินค้าที่มาแรงในปี 2563 ได้แก่ สินค้าที่ใช้วัตถุดิบย่อยสลายง่ายและกลับมาใช้ซ้ำ สินค้าหรือบริการที่ใช้พลังงานสะอาด สินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สินค้าอีโค่มีดีไซน์ตอบสนองคนรุ่นใหม่

ปัจจุบันในประเทศไทยมีกลุ่มผู้บริโภคโลกสวย แบ่งเป็น 4 ประเภท แบ่งเป็น

1.สายกรีนตัวแม่ จำนวน 37.6%
2.สายกรีนตามกระแส จำนวน 20.8%
3.สายสะดวกกรีน จำนวน 15.7%
4.สายโนกรีน จำนวน 26.0%

ผลวิจัยยังระบุอีกว่า ผู้บริโภคที่อายุมาก โดยเฉพาะคนกลุ่ม Baby boomer (อายุ 55-73 ปี) มีแนวโน้มเป็นสายกรีนตัวแม่สูงสุด ตามมาด้วยผู้บริโภคกลุ่ม Gen X (อายุ 39-54 ปี) Gen Y (อายุ 23-38 ปี) และ Gen Z (อายุต่ำกว่า 23 ปี) ตามลำดับ เนื่องจากยิ่งผู้บริโภคที่มีอายุมาก จะยิ่งมีความพร้อมทางด้านรายได้ และมีความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ออกจะแปลกใจกับตัวเลขที่เกิดขึ้น Baby boomer มีแนวโน้มเป็นสายกรีนตัวแม่สูงสุด เพราะในขณะที่บริษัทจำนวนมากมักจะบอกว่า คนรุ่นใหม่ Gen Y ที่จะเข้ามาทำงาน หรือทำงานในองค์กรอยู่แล้ว “ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมาก หลายคนดูองค์กรว่าลงมือทำเรื่องสิ่งแวดล้อมจริงจังอย่างไร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจเข้าทำงาน”

ดร.บุญยิ่ง กล่าวว่า เราถามถึงสิ่งที่คุณทำ และสิ่งที่คุณคิด การสำรวจตรงนี้เป็นการสำรวจเรื่องทัศนคติ เป็นการสำรวจเชิง Subjectives ในกลุ่มตัวเอง เพราะฉะนั้นจะเปรียบเทียบยาก เพราะว่าคนเป็นผู้ใหญ่อาจจะตอบในทางบวก ส่วนเด็กอาจจะจริงใจ ไม่ได้ทำ หรือยังไม่ได้ทำ หรือในประเด็นที่เราถาม มีหลายเรื่อง เช่นการใช้เงินกับผลิตภัณฑ์อีโค คนมีรายได้สูงซึ่งเป็นผู้ใหญ่จะซื้อได้ แต่เด็ก ๆ ยังต้องเน้นความสะดวกไม่สามารถทำได้

“ในแบบสอบถามเราใช้สเกล1-5 อย่างผู้ใหญ่บอกว่าทำแค่นี้คือ 4 เด็กอาจจะบอกว่าแค่นี้ 3 ตรงนี้เราวัดเพื่อเป็นไอเดียว่า การตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นประมาณใด ซึ่งอันนี้อาจจะยากนิดเพราะเป็นตัวเลข เลยต้องไปทำแบบ Qualitative สัมภาษณ์เจาะลึกเกี่ยวกับเรื่องของแบรนด์ เพราะเรารู้ว่าเรื่องของการ ทำ วัดยาก เช่นเมื่อถามเรื่องความถี่ เท่าไหร่จึงจะเรียกว่าทำเยอะ บางคนบอกว่าต้องทำตลอดจึงเรียกว่า 5 บางคนบอกนี่ฉันก็เยอะแล้วนะ ฉันเห็นเปิดไฟทิ้งไว้ฉันก็ปิด อันนี้เป็น Subjective ล้วนๆ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเด็กและผู้ใหญ่มีมุมตอบคำถามไม่เหมือนกันทีเดียว”

ดร.บุญยิ่ง ขยายความต่อเนื่อง เมื่อนำเสนอ อย่างน้อยที่สุดในส่วน Demographic เราไม่ฟันธงจะทำให้เข้าใจผิด แต่เราอยากชี้ให้เห็นว่ากรีนตัวแม่จริง ๆ ฟังดู 30% มันเยอะ แต่มองอีกมุมยังเหลือ 70 % ที่ยังไม่ได้ทำเรื่องนี้ ในขณะที่ทุกคนบอกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมของสังคมเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งแล้วใครจะเป็นคนช่วยกันดันให้คนกลุ่มใหญ่ที่เหลือทำให้เยอะขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากผลการวิจัยพบว่า กลยุทธ์การทำการตลาดโลกสวย จะช่วยทำให้กลุ่มผู้บริโภคสายโนกรีน และสายสะดวกกรีน ตระหนักถึงการบริโภคที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ส่วน“องค์กรธุรกิจ” เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคจับตามองมากขึ้น องค์กรที่ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงใจ

 

นอกจากนี้ ตลาดยังมีมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคในปี 2563 ประกอบด้วยธุรกิจที่มีสินค้า หรือบริการต่อไปนี้

• สินค้าที่ใช้วัตถุดิบย่อยสลายง่ายและกลับมาใช้ซ้ำ เช่น ธุรกิจสตาร์ทอัพแบรนด์ Moreloop ที่นำเศษผ้าที่เหลือจากการตัดมารวมกัน และนำเศษเหล่านั้นมาตัดเป็นเสื้อผ้าใหม่เพื่อลดขยะ

• สินค้าหรือบริการที่ใช้พลังงานสะอาด เช่น ธุรกิจศูนย์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจร้าน Refill Store เติมเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น เป็นต้น

• สินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ไบโอ และธุรกิจอาหารที่เปลี่ยนพืชให้มีรสชาติเหมือนเนื้อสัตว์ เป็นต้น

“ในส่วน Green Brand Love เราสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างเดียวกัน เราถามทีละอุตสาหกรรม โดยให้โหวตแบรนด์เดียวเท่านั้นที่คุณรู้สึกว่า ในอุตสาหกรรมนี้ แบรนด์ใดคิดว่าใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคมดีที่สุด ให้เลือกแบรนด์เดียว เมื่อดูคะแนน ส่วนใหญ่ได้คะแนนเกินกว่าครึ่ง เป็น Majority คนส่วนใหญ่ แต่บางเซคเตอร์จะมี 2 แบรนด์ที่คะแนนใกล้กันมากจริง ๆ ส่วนวัสดุก่อสร้างที่คะแนนนำโดดเลย เลยให้เป็นTop Green Brand Love การใช้วิธีการโหวตแบบนี้เราก็มองว่า เขารักแบรนด์คุณที่สุด” ดร.บุญยิ่งกล่าวในท้ายที่สุด

การมอบรางวัลดังกล่าว(ซ้าย) อ.ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร ผู้ช่วยคณบดีด้านการสื่อสารองค์กรและหัวหน้าสาขาการตลาด CMMU ชิดชัย แก้วบริสุทธิ์ ผู้จัดการสังกัดสถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสารและความยั่งยืน บริษัท โคคา โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด จิตริณี แก้วจินดา ผู้จัดการส่วนองค์กรและสื่อมวลชนสัมพันธ์ บริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ผศ.ดร.ดวงพร อาภาศิลป์ คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล วีนัส อัศวสิทธิถาวร ผู้อำนวยการ Enterprise Brand Management Office บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ธานี ลิมปนารมณ์ ผู้จัดการทั่วไป สำนักบริหารการสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กลอยตา ณ ถลาง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริหารภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ขวา)นรินทร ธรรมชาติ ผู้จัดการโครงการ แผนกสื่อสารองค์การ ฝ่ายวางแผนองค์การ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (Cr.เพจ Voice of Green)

You Might Also Like

Pin It on Pinterest