ภาพสื่อสารแนวคิด Nextopia Edge Fitwel การออกแบบพื้นที่ทำงานยั่งยืนที่เชื่อมสุขภาพ นวัตกรรม และ ESG – SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand Siam Piwat reinforces game-changer leadership with world-first experiential retail innovation and ESG-driven strategy – SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand ภาพสื่อสารแนวคิด Nextopia Edge Fitwel การออกแบบพื้นที่ทำงานยั่งยืนที่เชื่อมสุขภาพ นวัตกรรม และ ESG – SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand Siam Piwat reinforces game-changer leadership with world-first experiential retail innovation and ESG-driven strategy – SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand

“สยามพิวรรธน์” พลิกเกมวงการ สร้างต้นแบบแรกของโลก “Co-Creation Retail for Sustainable Lifestyle”

คว้า 2 Global Certificates คือ EDGE และ FITWEL ครั้งแรกให้ประเทศไทย

กุมภาพันธ์ 25,2569… สยามพิวรรธน์นำ “NEXTOPIA” ณ สยามพารากอน พลิกโฉมวงการรีเทล สร้างต้นแบบแรกของโลก “Co-Creation Retail for Sustainable Lifestyle” คว้า 2 มาตรฐานสากล EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) ระดับ Advanced และ Fitwel ระดับสูง 2 ดาว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ได้รับรองทั้งอาคารเขียวและการออกแบบเพื่อสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คน นอกจากนี้ NEXTOPIA เป็นพื้นที่ต้นแบบแรกที่ใช้พลังงานสะอาด 100% ตั้งแต่ปี 2026 และจะขยายครอบคลุมศูนย์การค้าทั้งหมดภายในปี 2030 พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2050

การได้รับมาตรฐาน EDGE และ FITWEL ดังกล่าว ตอกย้ำบทบาทของสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาโกลบอลเดสติเนชั่น และเป็น Game Changer ที่บุกเบิกสร้างต้นแบบ และสร้างแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เชื่อมโยงธุรกิจ ผู้คน ชุมชน และโลกเข้าไว้ด้วยกัน

“แนวคิดของโครงการเริ่มต้นจากคำถามว่า จะทำอย่างไรให้ความยั่งยืนเป็นเรื่องใกล้ตัวและเรียนรู้ได้ทุกวัน การผนวกมาตรฐาน EDGE ซึ่งเน้นประสิทธิภาพพลังงาน น้ำ และวัสดุ เข้ากับ Fitwel ที่มุ่งส่งเสริมสุขภาวะทั้งกายและใจ ทำให้โครงการตอบโจทย์ทั้งมิติสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้พื้นที่ เช่น ร้านกาแฟที่จ้างผู้พิการทางสายตา หรือการสนับสนุนงานศิลปะจากบุคคลออทิสติก ซึ่งสะท้อนแนวคิด Inclusive Design อย่างเป็นรูปธรรม”

ชนิสาขยายความต่อเนื่อง NEXTOPIA เกิดขึ้นจากการผนึกกำลังและศักยภาพของกลุ่มสยามพิวรรธน์ และพันธมิตรชั้นนำในอีโค่ซิสเต็มระดับโลก 50 องค์กรนวัตกรรม พันธมิตร คู่ค้า และ 30 คอมมูนิตี้ของ Friends of NEXTOPIA ที่ได้สร้างสรรค์ภายใต้ Revolutionary Concept ให้เป็นแพลตฟอร์มเพื่อ Co-creating Communities for a Better World นำเสนอไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตสู่วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า จึงได้นำหลักการด้านสุขภาวะมาบูรณาการในทุกขั้นตอน โดยเริ่มตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้างที่ใส่ใจทุกรายละเอียด โดยมีการรวบรวมนวัตกรรมล่าสุดที่เป็นมิตรต่อคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารอย่างครอบคลุม

“เราทราบดีว่าปัญหาเดิม ๆ ในอดีต แม้พยายามแก้มาโดยตลอดก็ยังไม่สำเร็จ ดังนั้น NEXTOPIA จึงเริ่มต้นจากแนวคิดว่า หากวิธีเดิมใช้ไม่ได้ เราก็ไม่ควรใช้ทีมและกระบวนการแบบเดิมอีกต่อไป เราจึงรวมผู้ก่อตั้ง วิศวกร และนักออกแบบรุ่นใหม่ เพื่อสร้างสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน จนเกิดเป็นต้นแบบใหม่ของการพัฒนาโครงการ”

รศ.ดร.สิงห์ ยกตัวอย่างนวัตกรรมสำคัญ เช่น การใช้ระบบ Floor Radiant Cooling เพื่อควบคุมอุณหภูมิอย่างมีประสิทธิภาพ และการออกแบบน้ำตกเพื่อเพิ่มความเย็นสบายโดยไม่ก่อให้เกิดเชื้อรา สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า การสร้าง New Prototype ไม่สามารถทำได้ด้วยวิธีคิดหรือทีมแบบเดิม แต่ต้องอาศัยแนวทางใหม่ทั้งหมด

1.พลังงาน (Energy Efficiency) ออกแบบให้รองรับแสงธรรมชาติและหมุนเวียนอากาศได้ดี ใช้วัสดุ ETFE แทนกระจก และเทคโนโลยีที่ช่วยลดความร้อน ติดตั้งโซลาร์รูฟขนาดใหญ่เพื่อผลิตพลังงานสะอาด ทำให้ช่วยลดการใช้พลังงานในการดำเนินงานได้ 47%

2.น้ำ (Water Efficiency) เน้นการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและลดการสูญเสีย โดยเลือกใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ใช้น้ำชนิดประหยัด ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเพิ่มฟองอากาศ สามารถลดการใช้น้ำได้ 34%

3.วัสดุ (Materials Efficiency) เลือกใช้สีพิเศษปลอดสารปรอทและตะกั่ว ปล่อยสารระเหยต่ำมาก (Ultra Low VOCs) รวมทั้งการใช้วัสดุรียูส รีไซเคิล และวัสดุธรรมชาติที่มีโครงสร้างที่ทนทาน ทำให้ลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตวัสดุก่อสร้างและตกแต่งได้ 59%

1.ด้านสุขภาวะ (Well-being) : ส่งเสริมสุขภาพผ่านสภาพแวดล้อมภายในอาคาร

-ติดตั้งระบบปรับอากาศขั้นสูง Displacement Air System (DAS) ผสาน Dedicated Outdoor Air System (DOAS) แยกและกำจัดอากาศเก่า สารปนเปื้อน และเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง
-มี Floor Radiant Cooling (ระบบความเย็นแบบแผ่รังสีจากพื้น) ให้อุณหภูมิเย็นสม่ำเสมอโดยไม่ใช้การเป่าอากาศผ่านท่อลม (Forced Air) ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ และเชื้อโรค เพื่ออากาศสะอาด 
-วัสดุทั้งหมดเป็นแบบ Ultra Low VOCs ซึ่งปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายในระดับต่ำมาก เพื่อรักษาคุณภาพอากาศ พร้อมด้วยมาตรการทำความสะอาดตาม Fitwel Cleaning Policy
-การสื่อสารคุณภาพอากาศและเทรนด์โลกแบบเรียลไทม์ ผ่าน “The Globe” ลูกโลกจำลองจอ LED ขนาดใหญ่ พร้อมกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกคน

2.สนับสนุนการเคลื่อนไหวทางกายและความปลอดภัย (Increases Physical Activity)

-ออกแบบพื้นที่โดยใช้แนวคิด Biophilic พร้อมผสานหลัก Active Design เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น The Spiral บันไดโถงที่เชื่อมต่อพื้นที่ชั้น 4, 5 และ 5A ทำให้คนเลือกเดินขึ้นลงมากกว่าการใช้ลิฟท์ อีกทั้ง The Forest Canopy และ The Ocean Canopy ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล รวมถึงขยะจากท้องทะเล มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลป์ที่สวยงาม เพื่อเชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติ และดึงดูดให้คนใช้เป็นเส้นทางเดินขึ้นชั้น 5A เช่นกัน
-The Kinetic Floor และ The Energy Playground แค่ทุกคนขยับก็ร่วมกันผลิตไฟฟ้า ส่งเสริมให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องสนุก โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นที่สนใจเทคโนโลยีและชอบนวัตกรรมที่สัมผัสได้
-มีพื้นที่ออกกำลังกายและมุมพักผ่อน, กิจกรรมร่วมกับร้านค้าเพื่อสนับสนุนบริการและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น, การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต และการฉีดวัคซีน

3.อาหารสุขภาพและน้ำดื่ม (Food & Water) : ส่งเสริมการเข้าถึงโภชนาการและน้ำดื่มที่ดีต่อสุขภาพ

-สนับสนุนการเลือกทานอาหารที่ดีด้วยเมนูสุขภาพจากทุกร้านค้า พร้อมจุดเติมน้ำดื่ม (Refill Stations) ที่ให้บริการน้ำดื่มคุณภาพสูง
-มีตลาดเกษตรกร (Farmers Market) โชว์เคสผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และเวิร์กช็อปอัพไซคลิง (Upcycling) เพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งสุขภาพและความยั่งยืน

4.สนับสนุนความเท่าเทียมในสังคมสำหรับกลุ่มเปราะบาง (Supports Social Equity for Vulnerable Populations)

-มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ออกแบบเพื่อรองรับทุกคน เช่น ห้องน้ำที่ได้มาตรฐาน ADA (American with Disabilities Act) สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงห้องให้นมบุตรสำหรับคุณแม่
-ให้การสนับสนุนพื้นที่สำหรับกลุ่มคนด้อยโอกาส เช่น Dots Coffee ที่เป็นร้านกาแฟแรกของโลกที่พนักงานบาริสต้าทุกคนเป็นคนตาบอด และ Autistic Art ที่เป็นแกลลอรี่งานศิลปะจากเด็กออทิสติก

ส่วนกลยุทธ์การสื่อสารของ NEXTOPIA มุ่งให้ผู้มาเยือน “รู้สึกดี” กับประสบการณ์ มากกว่าการบอกเล่าข้อมูลเชิงเทคนิค โดยมี Ambassador คอยให้ความรู้ ณ จุดต่าง ๆ รวมถึง AR/QR Code สำหรับเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก

นอกจากนี้ ยังมี ONESIAM SuperApp ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจุดต่างๆ และกิจกรรมที่น่าสนใจใน NEXTOPIA พร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกมากมายจาก Green Points รวมไปถึง The Globe จอลูกโลกที่แสดงสถานการณ์ของโลกแบบเรียลไทม์ผ่านข้อมูลจาก NASA และ GISTDA เพื่อให้ทุกฝ่าย ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ผู้เช่า และผู้มาเยือน มีส่วนร่วมในการสร้างผลลัพธ์ร่วมกัน

ชนิสา กล่าวในท้ายที่สุด การสร้าง NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคตนี้ สะท้อนถึงแนวคิด วิถีสยามพิวรรธน์ (Siam Piwat Way) พันธกิจที่หล่อหลอมเข้าสู่ทุกกระบวนการทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ด้วยการเป็น ‘แพลตฟอร์มแห่งโอกาส’ พื้นที่ที่สร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน