เวทีหรือภาพสื่อสารแนวคิด Nature-Positive Economy ที่เชื่อมธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และเศรษฐกิจยั่งยืน – SD Perspectives : Strategic Sustainability Media in Thailand เวทีหรือภาพสื่อสารแนวคิด Nature-Positive Economy ที่เชื่อมธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และเศรษฐกิจยั่งยืน – SD Perspectives : Strategic Sustainability Media in Thailand

Nature-Positive Economy กำลังกลายเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจโลก

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ สะท้อนบทเรียนจากพื้นที่จริงบนเวที Davos 2026

กุมภาพันธ์ 5,2026…มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้รับเกียรติเข้าร่วมงาน Nature Lunch at Davos 2026: Where Nature Meets Leadership ณ Hotel Schatzalp เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

นี่คือเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำทางความคิดจากหลากหลายภาคส่วนที่จัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุม World Economic Forum: WEF Annual Meeting 2026 การประชุมระดับโลกที่รวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคสังคมจากทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมกำหนดทิศทางนโยบายและเศรษฐกิจโลกในประเด็นที่ส่งผลต่ออนาคตของโลก

ทั้งนี้ Nature Lunch ที่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้เข้าร่วมประชุมเป็นเวทีระดับสูงในวงจำกัดที่รวบรวมผู้มีบทบาทตัดสินใจจากภาคธุรกิจ การเงิน นักลงทุน นักวิทยาศาสตร์ และภาคสังคม เพื่อเร่งการขับเคลื่อนธุรกิจ การเงิน และนโยบายที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติ (Nature Positive) ในปี 2569

งานดังกล่าวจัดร่วมโดย European Biodiversity Coalition , Innovate 4 Nature, Biodiversity Bridge และ Nature Wealth Foundation ซึ่งเป็นเครือข่ายและองค์กรระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความหลากหลายทางชีวภาพกับนโยบาย การเงิน และนวัตกรรม โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 120 คน จากองค์กรชั้นนำ อาทิ Deutsche Bank, KPMG, PwC, Standard Chartered, IKEA, Holcim, Good Carbon และ Act for Nature เป็นต้น เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์และสร้างความร่วมมือเชิงปฏิบัติ ภายใต้บริบทที่ร้อยละ 55 ของ Global GDP พึ่งพาธรรมชาติ ขณะที่ระบบนิเวศกำลังเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว

ในโอกาสนี้ หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานของ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ซึ่งเป็นตัวอย่างการพัฒนาที่อาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature Based Development) ในพื้นที่จริงอย่างต่อเนื่องร่วม 4 ทศวรรษ ตั้งแต่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ที่ได้มุ่งเน้นการพัฒนาคนควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศ การพัฒนาฐานข้อมูลพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงการพัฒนาโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตจากป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้ขยายผลจากพื้นที่ดอยตุงสู่ 12 จังหวัดทั่วประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกว่า 160,000 คน

แนวทางดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานในฐานะกรณีศึกษาที่สามารถเชื่อมโยงการอนุรักษ์ธรรมชาติกับเศรษฐกิจและการพัฒนาชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงจาก Princess Dr. Auguste of Bavaria นักสัตววิทยา และนักวิทยาศาสตร์ด้านพฤติกรรม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการเสวนาหัวข้อ “ The Nature Imperative – What Business Must Do Now” โดย Johan Rockström นักวิทยาศาสตร์ผู้ริเริ่มแนวคิด Planetary Boundaries เกี่ยวกับขีดจำกัดของระบบโลกที่มนุษย์ไม่ควรก้าวล้ำ การมอบรางวัล Innovate 4 Nature Award และกิจกรรมสร้างเครือข่าย เพื่อผลักดันแนวทาง Nature Positive Solutions) สู่การดำเนินการจริง ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างงานได้ถึง 395 ล้านตำแหน่ง และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 พร้อมยกระดับบทบาทของธรรมชาติจาก “ต้นทุนที่มองไม่เห็น” สู่ “ทุนสำคัญของเศรษฐกิจโลก”

การเข้าร่วม Nature Lunch at Davos 2026 ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในฐานะองค์กรจากภูมิภาคเอเชียที่สามารถนำบทเรียนการพัฒนาพื้นที่จริงไปเชื่อมโยงกับเวทีนโยบายและเศรษฐกิจโลก พร้อมตอกย้ำความสำคัญของเวที World Economic Forum ในการทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางที่เชื่อมโยงผู้นำจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่เคารพขีดจำกัดของธรรมชาติและมุ่งสู่ความยั่งยืนในระยะยาว