TCP Spirit ASA Aguard CSR ส่งเสริมชุมชนและสิ่งแวดล้อม | SD Perspectives : Lifestyle Sustainability Media in Thailand TCP Spirits ASA A Guard transforms nature into a living classroom | SD Perspectives : Lifestyle Sustainability Media in Thailand TCP Spirit ASA Aguard CSR ส่งเสริมชุมชนและสิ่งแวดล้อม | SD Perspectives : Lifestyle Sustainability Media in Thailand TCP Spirits ASA A Guard transforms nature into a living classroom | SD Perspectives : Lifestyle Sustainability Media in Thailand

tcp SPIRIT อาสา อาGUARD

เมื่อการเรียนรู้คุณภาพอากาศเริ่มจากป่า ดิน และชุมชน

ธันวาคม 28, 2025…โครงการ tcp SPIRIT อาสา อาGUARD จากกลุ่มธุรกิจ TCP ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมปกป้องอากาศและสิ่งแวดล้อม ผ่านค่าย “อาสา อา GUARD” ฮิมดอยเชียงดาวและป่าชุมชนเวียงแหง จ.เชียงใหม่ เรียนรู้ตั้งแต่ระบบป่าชุมชน การวัดคาร์บอนเครดิต ไปจนถึงบริบทเกษตรที่เชื่อมโยงกับปัญหาฝุ่นควัน ร่วมกันสร้าง “Guard” เพื่อปกป้องโลก สอดคล้องเป้าหมาย Net Zero ของ TCP ภายในปี 2593

อาสา อาGUARD
ห้องเรียนกลางป่าสอนเรื่องอากาศด้วยประสบการณ์จริง

สราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวต้อนรับ “อาสา อา GUARD” ว่า แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าเพียงใด แต่คุณภาพอากาศกลับถดถอยเมื่อเทียบกับอดีต และยิ่งสำคัญกว่าอะไรก็คือ “อากาศเลือกไม่ได้” ทุกคนได้รับผลกระทบเท่าเทียมกัน

สราวุฒิ ขยายความต่อเนื่องถึงความตั้งใจให้เหล่า อาสา อา GUARD มีความเข้าใจที่ลึกมากขึ้น ไม่ใช่เพียงความประทับใจในงานอาสาเพียงชั่วคราว

ในการเข้าห้องเรียนกลางป่า ห้องเรียนธรรมชาติและการลงปฏิบัติจริงในพื้นที่ พร้อมร่วมทำ 5 ภารกิจหลัก ได้แก่

1.ภารกิจวิกฤตโลกรวน 101 เรียนรู้ปัญหาสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ผลกระทบต่อชีวิตและโลก พร้อมหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์
2.ภารกิจพลังธรรมชาติ การทำความเข้าใจถึงแนวทางแก้ปัญหาที่อิงธรรมชาติ เช่น การฟื้นฟูป่า การจัดการน้ำ และการใช้ระบบนิเวศลดภัยพิบัติ พร้อมสัมผัสพลังของธรรมชาติ
3.ภารกิจ Climate Triforces การเรียนรู้ 3 กลไกรับมือวิกฤตและลงมือปฏิบัติจริง อาทิ การวางแปลงตัวอย่าง ติดแท็กต้นไม้ทีละต้น แบ่งหน้าที่เก็บข้อมูลชีวมวลและการกักเก็บคาร์บอน ตลอดจนเข้าใจหลักการคำนวณ “คาร์บอนเครดิต”
4.ภารกิจอาสาป้องกันไฟ การลงพื้นที่ร่วมกับชุมชนเพื่อจัดการพื้นที่เสี่ยงไฟป่า ทั้งการกำจัดวัชพืช และการสร้างแนวกันไฟ
5.ภารกิจนักสืบคาร์บอนในดิน การสำรวจผลกระทบทรัพยากรและการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเกษตร ร่วมกับการแลกเปลี่ยนความรู้กับชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่อง “รอยเท้าคาร์บอน” (Carbon Footprint) และวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตโลกเดือด

ป่าชุมชน
แนวหน้าในการสร้างคาร์บอนเครดิต

สุดารัตน์ โรจน์พงศ์เกษม ผู้อำนวยการฝ่าย Nature-based Solutions มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงหัวใจของการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เทคโนโลยีอย่างเดียว แต่คือ “ธรรมชาติ” โดยเฉพาะป่าชุมชนที่ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมหาศาล มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงทำงานกับป่าชุมชนกว่า 280,000 ไร่ทั่วประเทศ ในปีนี้ กลุ่มธุรกิจ TCP สนับสนุนพื้นที่กว่า 34,000 ไร่ในเชียงใหม่ เชียงราย และตาก เพื่อสร้างระบบกักเก็บคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม

ในการเข้าพื้นที่ครั้งนี้ อาสาได้เรียนรู้ว่าคาร์บอนเครดิตเกิดขึ้นได้จากทั้งการเติบโตของต้นไม้ในป่าเดิม และความสามารถของชุมชนในการดูแลพื้นที่เสี่ยงไม่ให้ถูกบุกรุก ข้อมูลทั้งหมดเริ่มต้นที่สิ่งสำคัญมากที่สุด Baseline Data หรือข้อมูลตั้งต้นของพื้นที่ ที่อาสาจะช่วยลงพื้นที่เก็บด้วยตนเองก่อนจะวัดซ้ำอีกครั้งในอีก 3 ปีข้างหน้า

สุดารัตน์ กล่าวต่อเนื่อง ช่วงหนึ่งของการลงพื้นที่ อาสา อา GUARD เก็บข้อมูลต้นไม้ (Tree Data Collection) ใช้แปลงตัวอย่างขนาด 1 ไร่ หรือพื้นที่ 40×40 เมตร โดยพื้นที่นี้ถูกแบ่งออกเป็น 16 แปลงย่อย ขนาด 10×10 เมตรเท่ากัน เพื่อให้การเก็บข้อมูลเป็นระบบ ละเอียด และสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแม่นยำในระยะยาว แต่ละแปลงย่อยจะมีหมายเลขกำกับ ทำให้ทีมอาสารู้ตำแหน่งของต้นไม้และจุดเก็บข้อมูลอย่างชัดเจน

2 ภาพบน อาสา อาGUARD ทดลองการลงแปลงคาร์บอนเครดิต 2 ภาพล่าง วันรุ่งขึ้นลงแปลงจริง วัดจริง

อาสาหนึ่งกลุ่มรับผิดชอบหนึ่งแปลงตัวอย่าง และแบ่งงานภายในออกเป็นสองทีม ทีมแรก หรือทีม A ทำหน้าที่วัดและบันทึกข้อมูลต้นไม้ ไม่ว่าจะเป็นเส้นรอบวง ความสูง ชนิดพันธุ์ รวมถึงข้อมูลอื่นที่จำเป็นสำหรับใช้เป็นข้อมูลตั้งต้น หรือ Baseline Data ส่วนทีมที่สองคือทีม B ทำหน้าที่วางแปลงสำรวจให้ถูกต้องตามหลักการ ทั้งการกำหนดแนว การวัดระยะ และการจัดเตรียมพื้นที่เพื่อให้การเก็บข้อมูลต้นไม้ดำเนินได้อย่างราบรื่น

ข้อมูลที่ได้จากการวัดครั้งแรกถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ เพราะการขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตต้องอาศัยข้อมูลต่อเนื่อง การเก็บข้อมูลต้นไม้ไม่ได้ทำเพียงครั้งเดียว แต่ต้องกลับมาวัดซ้ำทุกช่วงประมาณ 3–5 ปี เพื่อดูการเจริญเติบโตของต้นไม้แต่ละต้น การเพิ่มขึ้นของปริมาณคาร์บอน และการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าโดยรวม ข้อมูลจากแปลงตัวอย่างหนึ่งแปลงสามารถนำไปประเมินและคำนวณหาปริมาณคาร์บอนของพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ได้ ช่วยให้มองเห็นศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนของทั้งผืนป่าอย่างเป็นระบบและเชื่อถือได้

เครื่องมือบางส่วนที่ต้องใช้ เข็มทศ กล้องวัดความสูงต้นไม้ และป้ายติดต้นไม้

ป่าชุมชน × การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ความภูมิใจที่ชุมชนอยากแบ่งปันให้คนไทยทั้งประเทศ

ที่ลานดงมะกอก อาสา อา GUARD ได้สัมผัสป่าชุมชนที่ชาวบ้านดูแลมาตั้งแต่ปี 2558 และภูมิใจนำเสนอให้คนภายนอกได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ “แคมป์ปิ้งดงมะกอก โจรทะเลหมอกลอยหัวช้าง” หรือการพาเดินป่าศึกษาธรรมชาติ จุดเด่นของพื้นที่คือความจริงแท้ ไม่มีการจัดฉาก ไม่มีการถาง ไม่มีการปรับภูมิทัศน์ เพราะชุมชนต้องการให้คนเห็นป่า “แบบที่มันเป็น”

การทำงานร่วมกับอาสาทำให้ชุมชนมีพลัง และทำให้คนเมืองเข้าใจปัญหาไฟป่าและคุณค่าของป่าผ่านมุมมองที่ถูกต้อง อาสาจะได้รู้ว่างานอนุรักษ์ คือการทำงานหนักในพื้นที่จริงที่ต้องใช้แรงกายและหัวใจจำนวนมาก

ดินคือชีวิต
ระบบนิเวศที่สร้างความยั่งยืนได้ลึกที่สุด

อีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของ อาสา อา GUARD คือการสำรวจดินในแปลงถั่ว ข้าวโพด ป่าไผ่ และลำไย เพื่อให้เห็นความแตกต่างเชิงระบบนิเวศอย่างชัดเจน ดินที่มีอินทรียวัตถุสูงมักมีสีเข้ม เนื้อดินเหนียวหรือร่วนกำลังดี ชุ่มน้ำ และเต็มไปด้วยตัวชี้วัดทางชีวภาพ เช่น มด ไส้เดือน หรือปมรากที่ช่วยตรึงไนโตรเจน

แปลงถั่วและป่าไผ่ถูกพบว่ามีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด เนื่องจากมีจุลินทรีย์จำนวนมากและสามารถกักเก็บคาร์บอนได้ดี ส่วนแปลงข้าวโพดแม้ยังใช้ได้ แต่มีความหลากหลายทางชีวภาพลดลง เพราะเกษตรเชิงเดี่ยวทำให้ดินเสื่อมโทรมง่าย การเปลี่ยนมาเป็นพืชยืนต้นอย่างลำไยช่วยให้ดินฟื้นตัว และช่วยชุมชนมีรายได้มั่นคงขึ้นในระยะยาว

อาสา อาGUARD เรียนรู้เรื่องดิน ทดสอบดินตามหลักวิชาการ หลังจากนั้นทุกกลุ่มจะต้องถอดบทเรียนจากการลงมือทำ

การสำรวจดินทำให้อาสาเห็นว่า “ความยั่งยืน” ไม่ได้อยู่แค่บนต้นไม้ แต่อยู่ลึกลงไปใต้เท้าของเราในระดับที่ตาเปล่ามองไม่เห็น

ดร. เพชร มโนปวิตร นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์และสิ่งแวดล้อมแนวหน้าของประเทศไทย ทิ้งโจทย์สำคัญให้ผู้เข้าร่วมกลับไปคิดต่อว่า ดินที่ดีสามารถกักคาร์บอนได้มากกว่าต้นไม้ถึงสองถึงสามเท่า แต่ดินกลับถูกทำลายโดยการไถพรวน ปุ๋ยเคมี และการเผาอย่างต่อเนื่อง แนวทางเกษตรฟื้นฟูจึงสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการลดการไถ การปลูกพืชหลายชนิด หรือการเพิ่มอินทรียวัตถุจากฟาร์มสัตว์ ทุกอย่างล้วนช่วยให้ดินกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ผู้นำชุมชน สะท้อนมุมมองจากคนพื้นที่ว่า ดิน ป่า และอากาศ คือ “ขุมทรัพย์” ของชุมชนบ้านผาลาย หากทำลายดิน ก็เท่ากับทำลายทรัพย์ของตัวเอง เขายังขอให้ อาสา อา GUARD ช่วยเป็นกระบอกเสียงที่ถูกต้อง เพราะปัญหา PM2.5 ไม่ได้เกิดจากชาวเขาเพียงฝ่ายเดียวอย่างที่สังคมเข้าใจผิดบ่อยครั้ง

“tcp SPIRIT อาสา อาGUARD ” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมอาสา แต่เป็นบทเรียนใหญ่ของการทำความเข้าใจสิ่งแวดล้อมแบบที่ขยับออกจากห้องเรียน ไปสู่พื้นที่จริงที่ป่า ดิน และชุมชนทำหน้าที่เป็นครู ความรู้ที่อาสาได้เห็นด้วยตนเอง ตั้งแต่ระดับอากาศถึงระดับจุลินทรีย์ในดิน ทำให้เข้าใจชัดว่า การหายใจอากาศดี เริ่มต้นจากป่าที่แข็งแรง ป่าที่แข็งแรงเริ่มจากดินที่มีชีวิต และดินที่มีชีวิตเริ่มจากคนที่ดูแลมันอย่างถูกวิธี นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้