มกราคม 14,2026…งานแสดงผลงานศิลปะล่าสุดของเด็กไฟ-ฟ้า ณ หอศิลป์กรุงเทพ (BACC) ตอกย้ำแนวคิด “เด็กธรรมดาคือสิ่งสวยงาม” ผ่าน 5 โซน ที่ทำให้เห็นชัดว่า เมื่อเด็กได้โอกาสอย่างที่ควรจะได้ตั้งแต่แรก ความเหลื่อมล้ำก็เริ่มลดลง และการเปลี่ยนแปลง ก็เริ่มขึ้นจากสิ่งธรรมดาที่จับต้องได้จริง
เด็กธรรมดาคือสิ่งสวยงาม
เริ่มจากการคืน “ความปกติ”
ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี สะท้อนแก่นคิดของโครงการ ไฟ-ฟ้า อย่างชัดเจนว่า การลดความเหลื่อมล้ำไม่ควรเริ่มจากการผลักเด็กให้ต้อง “เก่งกว่าใคร” แต่ควรเริ่มจากการทำให้เด็กทุกคนมีโอกาสเป็น เด็กธรรมดา อย่างที่ควรจะเป็น จึงเป็นเหตุผลที่ ทีทีบี เลือกยืนอยู่กับแนวคิดว่า “เด็กธรรมดาคือสิ่งสวยงาม”
“ในสังคมที่ความไม่ปกติค่อย ๆ กลายเป็นเรื่องปกติ ตั้งแต่มอเตอร์ไซค์ที่วิ่งบนฟุตบาท ไปจนถึงรถที่ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย หากผู้ใหญ่ยังรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ถูกต้อง เด็กที่มีทรัพยากรในมือน้อย ยิ่งยากจะเข้าถึง “ความปกติ” ได้”
ไฟ-ฟ้า: การให้โอกาส
สร้าง “พื้นที่ชีวิต” ให้เด็กเติบโต
มาริสา จงคงคาวุฒิ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ทีทีบี ในฐานะธนาคารเป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการไฟ-ฟ้า กล่าวว่า ตลอด 17 ปี โครงการนี้ไม่เคยทำ CSR แบบครั้งคราวหรือวันเดียวจบ แต่แทรก “โอกาส” เข้าไปในชีวิตประจำวันของเด็กอย่างต่อเนื่องให้เด็กในชุมชน มีโอกาส “หลังเลิกเรียน” สามารถเข้ามาเรียนในศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า เช่น ร้องเพลง วาดรูป ระบายสี ทำอาหาร ดนตรี กีฬาเทควันโด้ และศิลปะ มีระยะเวลาเรียนต่อเนื่อง 3 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และไม่ต้องพิสูจน์ว่าตัวเองเก่งพอหรือไม่
“ไฟ-ฟ้าทำหน้าที่เป็นพื้นที่ที่ให้เด็กได้ค้นพบศักยภาพของตัวเองทีละน้อย จากเด็กที่อาจมีต้นทุนชีวิตติดลบ ค่อย ๆ กลายเป็นเด็กธรรมดาที่มีทางเลือกในอนาคต ที่สำคัญ เด็กไม่ได้เป็นเพียง “ผู้รับ” แต่ถูกปลูกฝังให้เป็น “ผู้ให้” ผ่านการส่งต่อความรู้และทักษะกลับคืนสู่ชุมชน
นิทรรศการศิลปะ “fai-fah Art Exhibition : The Ordinary – We CHANGE” ครั้งนี้ เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า เป็น “ผู้ให้” ได้นำเสนอผลงานสู่สาธารณชนอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนการเติบโต แรงบันดาลใจ และพลังการเปลี่ยนแปลงจากชีวิตจริงของเด็กไฟ-ฟ้า โดยเชื่อมั่นว่าศิลปะจะช่วยสร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง และจุดประกายแรงบันดาลใจให้สังคมร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นต่อไป
นิทรรศการแบ่งออกเป็น 5 โซน ถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านผลงานศิลปะจัดวาง (Installation Art) และมัลติมีเดียกว่า 80 ชิ้น เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชมในทุกมิติ ได้แก่
1) Change from Within – การเปลี่ยนแปลงเริ่มจากการเข้าใจตัวเอง พื้นที่ที่ชวนผู้ชม “หยุด” ท่ามกลางความวุ่นวายของเมือง เพื่อมองเห็นสิ่งธรรมดาที่มักถูกมองข้าม นี่คือจุดตั้งต้นเดียวกับแนวคิดไฟ-ฟ้า ก่อนเด็กจะเปลี่ยนโลกได้ ต้องเข้าใจและเห็นคุณค่าของตัวเองก่อน
2) The Ordinary Life – ความธรรมดาในชีวิตประจำวัน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ภาพถ่าย และข้อความธรรมดา ถูกตีความใหม่ผ่านสายตาของเด็กไฟ-ฟ้า สะท้อนว่า ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องยิ่งใหญ่ แต่เริ่มจากสิ่งใกล้ตัวที่เด็กได้เรียนรู้และสัมผัสจริง
3) The Spark – จุดกำเนิดพลังการเปลี่ยนแปลงผลงานศิลปะกว่า 80 ชิ้น ถ่ายทอดพลัง ความตั้งใจ และความหวังของเยาวชน แม้บางชิ้นอาจดูเรียบง่ายในสายตาผู้ใหญ่ แต่ทุกชิ้นคือผลลัพธ์ของความพยายามและการฝึกฝนที่จริงจัง
4) Reflection – การทบทวนตัวเอง โซนกระจกที่สะท้อนภาพผู้ชม พร้อมคำถามเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุด อาจเริ่มจากใจของเราเอง เด็กไม่ได้สะท้อนแค่ตัวตนของเขา แต่ชวนผู้ใหญ่หันกลับมามองตัวเองด้วย
5) Together, We CHANGE – การส่งต่อพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง พื้นที่ที่เปิดให้ผู้ชมฝากข้อความ ความตั้งใจ และคำขอบคุณ เป็นการยืนยันว่า CSR ของไฟ-ฟ้าไม่ได้จบที่เด็กกลุ่มหนึ่ง แต่หวังสร้างแรงกระเพื่อมไปสู่สังคมวงกว้าง

ตลอด 17 ปี โครงการไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี แสดงให้เห็นว่า CSR ที่ทรงพลังที่สุด อาจไม่ใช่การสร้าง “เด็กเก่งพิเศษ” แต่คือการทำให้เด็กจำนวนมากได้มีชีวิตที่ปกติอย่างมีศักดิ์ศรี เมื่อเด็กธรรมดาได้รับโอกาสที่ควรจะได้ตั้งแต่แรก ความเหลื่อมล้ำจึงค่อย ๆ ลดลง และสังคมก็ได้แรงกระเพื่อมจากสิ่งที่เรียบง่ายแต่ยั่งยืน ทำให้ชีวิตของเด็กธรรมดาคนหนึ่งสวยงามกว่าเมื่อวาน













