กันยายน 6,2026…สยามพิวรรธน์ ไซม่อน และ GUNKUL ขยายโซลาร์รูฟท็อปสู่ระบบกักเก็บพลังงาน พร้อม Direct PPA แบบผลิตและใช้ไฟในพื้นที่เดียวกัน คาดผลิตไฟฟ้าได้กว่า 5.1 ล้านหน่วยต่อปี และลดก๊าซเรือนกระจกประมาณ 2,540 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี สะท้อนทิศทางใหม่ของศูนย์การค้าที่ขยับจาก “ผลิตไฟสะอาด” สู่การบริหารพลังงานให้สอดคล้องกับเวลาการใช้งานจริง
บริษัท สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จำกัด ร่วมกับบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ขยายการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ในสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ จากระบบโซลาร์รูฟท็อปไปสู่โมเดล “Solar-plus-Battery” ซึ่งผสานการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เข้ากับระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อให้สามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้ไปใช้ในช่วงเวลาที่ธุรกิจต้องการมากขึ้น
โครงการครอบคลุมพื้นที่หลังคาอาคารและลานจอดรถกว่า 54,400 ตารางเมตร โดยในระยะที่ 2 จะเพิ่มระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ BESS ขนาด 250 กิโลวัตต์-ชั่วโมง บริเวณหลังคาลานจอดรถ แตกต่างจากการใช้โซลาร์ทั่วไปที่ช่วยลดค่าไฟได้เป็นหลักในช่วงกลางวัน เพราะแบตเตอรี่จะช่วยจัดเก็บและบริหารพลังงานสะอาดให้เหมาะกับรูปแบบการใช้ไฟของศูนย์การค้า

ระบบดังกล่าวดำเนินการผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง หรือ Direct PPA แบบผลิตและใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เดียวกัน คาดว่าจะผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 5,115,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 2,540 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ตามข้อมูลของบริษัท
สยามพิวรรธน์ระบุว่า โครงการจะทำให้พื้นที่ส่วนกลางของสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ใช้พลังงานหมุนเวียนได้ 100% ภายในไตรมาส 2 ปี 2026 เร็วกว่ากรอบเป้าหมายเดิมปี 2030 และเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม




