สิงหาคม 12,2026…สหภาพยุโรปเริ่มบังคับใช้กฎระเบียบ PPWR ครอบคลุมบรรจุภัณฑ์ทุกประเภทตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการจัดการขยะ พร้อมจำกัดพลาสติกใช้ครั้งเดียวและเร่งลดการใช้วัตถุดิบใหม่ มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศในปี 2050
สหภาพยุโรปเริ่มบังคับใช้ข้อกำหนดส่วนใหญ่ภายใต้กฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ หรือ Packaging and Packaging Waste Regulation: PPWR ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับเศรษฐกิจหมุนเวียน และจะส่งผลโดยตรงต่อผู้ผลิตและธุรกิจที่นำสินค้าเข้าสู่ตลาดยุโรป
กฎระเบียบ PPWR มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2025 โดยครอบคลุมบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ทุกประเภท ไม่ว่าจะผลิตจากวัสดุชนิดใดหรือมีแหล่งกำเนิดจากที่ใด พร้อมกำหนดข้อกำหนดตั้งแต่กระบวนการผลิต ส่วนประกอบของบรรจุภัณฑ์ ความสามารถในการนำกลับมาใช้ซ้ำหรือกู้คืน ไปจนถึงการป้องกันและจัดการขยะหลังการใช้งาน
ข้อมูลของคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า บรรจุภัณฑ์ใช้วัตถุดิบขั้นต้นในปริมาณสูง ขณะที่ขยะบรรจุภัณฑ์ในสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ระดับการใช้ซ้ำ การเก็บรวบรวม และการรีไซเคิลยังอยู่ในระดับต่ำ โดยในปี 2022 สหภาพยุโรปสร้างขยะบรรจุภัณฑ์เฉลี่ย 186.5 กิโลกรัมต่อคน นอกจากนี้ พลาสติกประมาณ 40% ที่ใช้ในภูมิภาคยังถูกนำไปผลิตบรรจุภัณฑ์ และราวครึ่งหนึ่งของขยะในทะเลมีที่มาจากบรรจุภัณฑ์

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกฎฉบับนี้ คือทำให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดที่วางจำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรปสามารถรีไซเคิลได้อย่างคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจภายในปี 2030 พร้อมเพิ่มสัดส่วนพลาสติกรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์อย่างปลอดภัย ลดการพึ่งพาวัตถุดิบใหม่ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไปสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี 2050
ข้อกำหนดยังรวมถึงการจำกัดพลาสติกใช้ครั้งเดียวบางประเภท เช่น บรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กสำหรับเครื่องปรุงและซอสแบบแบ่งเสิร์ฟ รวมทั้งกำหนดให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มซื้อกลับบ้าน เปิดโอกาสให้ลูกค้านำภาชนะมาเองได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ตลอดจนควบคุมสารที่อาจก่อให้เกิดความกังวล โดยเฉพาะสาร PFAS ในบรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหาร หากมีปริมาณเกินเกณฑ์ที่กำหนด
การเริ่มใช้ PPWR สะท้อนว่า “บรรจุภัณฑ์” กำลังเปลี่ยนจากประเด็นปลายทางเรื่อง “การจัดการขยะ” มาเป็น “โจทย์เชิงกลยุทธ์” ที่ธุรกิจต้องพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอน การออกแบบผลิตภัณฑ์ การเลือกใช้วัสดุ และระบบนำกลับมาใช้ใหม่ สำหรับ “ผู้ประกอบการไทย” ที่ส่งสินค้าไปยังยุโรป กฎดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของอียู แต่เป็นเงื่อนไขใหม่ด้านความสามารถในการแข่งขันและการเข้าถึงตลาดในอนาคต
เรียบเรียงที่มา: environment
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม



