มิถุนายน 9 ,2026…ธนาคารกสิกรไทย ชูแนวคิด “A Bridge to Empower Action” ในเวที Earth Jump 2026 โดยมองว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ไม่ใช่ภาระต้นทุนของธุรกิจ แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญในการแข่งขันในโลกอนาคต พร้อมประกาศบทบาท “สะพาน” เชื่อมผู้ประกอบการทุกขนาดเข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และองค์ความรู้ เพื่อเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้าน ทั้งการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการภาษีสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ การขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนจึงไม่ใช่เรื่องของอนาคตอันไกลโพ้นอีกต่อไป แต่เป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องลงมือทำทันที
ในงานสัมมนา Earth Jump 2026 ภายใต้แนวคิด “A Bridge to Empower Action” ธนาคารกสิกรไทย ได้แสดงบทบาทสำคัญในการเป็น “สะพาน” เพื่อเชื่อมโยงและขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวข้ามข้อจำกัดและวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย ได้เน้นย้ำถึงจุดยืนและมุมมองต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจในโลกยุคใหม่ว่า
“ในการทำ Net Zero ทำเรื่อง Green ทำเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่โบนัส ไม่ใช่น้ำจิ้ม ไม่ใช่แต้มบวกเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่การเพิ่มภาระในการทำธุรกิจ แต่มันคือทำเพื่อให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตที่จะสามารถทำธุรกิจ และแข่งขันได้ในโลกอนาคต เพราะฉะนั้นน่ะค่ะ มันเลยต้องทำทั้งระยะสั้น แก้ปัญหาระยะสั้น และระยะยาวไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้เราและธุรกิจของเราสามารถอยู่ในเกมธุรกิจนี้ได้ยาวๆ”
เริ่มจากสิ่งที่มี
ลดความสูญเปล่า=ลดคาร์บอน
ขัตติยา กล่าวต่อเนื่อง แม้ว่าการมุ่งสู่ Net Zero มักจะถูกมองว่าเป็นเรื่องของการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น การเปลี่ยนเครื่องจักรหรือระบบใหม่ทั้งหมด แต่ KBank เสนอมุมมองที่เน้นความจริงและลงมือทำได้จริง โดยชวนให้ผู้ประกอบการหันกลับมาสำรวจและลด “ความสูญเปล่า” ในกระบวนการผลิตในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐานที่ต้องทิ้ง ขั้นตอนเอกสารที่ซ้ำซ้อน หรือการสต็อกสินค้าที่เกินความต้องการตลาด ซึ่งการตัดสิ่งเหล่านี้ออกไปจะช่วยลดการใช้พลังงานและลดคาร์บอนได้โดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลกำไรให้ธุรกิจไปพร้อมกัน

“สะพาน 4 เปลี่ยน”
สู่การเปลี่ยนผ่านธุรกิจอย่างยั่งยืน
ภายใต้แนวคิด “A Bridge to Empower Action” ขัตติยาเสนอ “สะพาน 4 ด้าน” ที่จะช่วยให้ธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่
1.เปลี่ยน Mindset จากทำเพื่ออยู่รอดระยะสั้น เป็นคว้าโอกาสเพื่อเติบโตยั่งยืน
2.เปลี่ยนมุมมองต่อกฎระเบียบ มองความยากให้เป็นโอกาสในการเป็นผู้ชนะในกติกาใหม่
3.เปลี่ยนจากองค์กรใหญ่สู่ซัพพลายเชน ผลักดันกลุ่ม SMEs ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพราะหากซัพพลายเชนไม่รอด องค์กรใหญ่ก็อยู่ไม่ได้
4.เปลี่ยนวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ เปลี่ยนจากเพียงแค่มี Commitment ไปสู่การลงมือทำจริง (Action)
การขับเคลื่อนนี้จำเป็นต้องอาศัยกลไกของเทคโนโลยีสีเขียวและ Green Finance ซึ่งมีระดับความเสี่ยงและความต้องการเงินทุนที่แตกต่างกันในแต่ละช่วง ตั้งแต่ขั้นวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงขั้นที่พร้อมใช้งานในเชิงพาณิชย์ ดังนั้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรกลาง และภาคเอกชน จึงเป็นกุญแจสำคัญในการปรับน้ำหนักการสนับสนุนให้เหมาะสมในแต่ละขั้น

อย่างไรก็ตาม แม้วิกฤตเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม หรือความเปลี่ยนแปลงของโลกจะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถควบคุมได้ แต่ขัตติยามองว่าสิ่งที่ทุกองค์กรเลือกได้ คือ วิธีตอบสนองต่อความท้าทายเหล่านั้น
“สิ่งเดียวที่เราเลือกได้ คือ เราจะตอบสนองกับวิกฤตอย่างไร” ขัตติยา กล่าวในท้ายที่สุด



