เมษายน 25,2026…บางตัวอย่างจาก 3 องค์กร สหพัฒนพิบูล ท็อปส์ และไปรษณีย์ไทย กำลัง “ขยับพร้อมกัน” เร่งใช้ EV Truck และพลังงานสะอาด เปลี่ยนโลจิสติกส์จากต้นทุนสู่กลยุทธ์ ESG เพื่อรับมือความผันผวนพลังงาน ลดคาร์บอน และรักษาเสถียรภาพซัพพลายเชนไทยในระยะยาว
การเร่งใช้ EV Truck ไม่ใช่แค่ “ทางเลือกด้านสิ่งแวดล้อม” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของระบบโลจิสติกส์ไทย เมื่อ 3 ผู้เล่นต่างบทบาท ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ค้าปลีก และโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ กำลังขยับไปในทิศทางเดียวกัน คือ “ลดการพึ่งพาน้ำมัน + เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบขนส่ง”
ฝั่ง สหพัฒนพิบูล (SPC) เลือกใช้ EV Truck ควบคู่ Solar Rooftop เพื่อสร้าง Low-carbon Logistics ที่ “วัดผลได้จริง” โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้23,936 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 1,596 ต้น ภายในปีเดียว สะท้อนว่า EV Truck ไม่ได้เป็นเพียง pilot project แต่เริ่มเป็น operational solution ที่เชื่อมโยงทั้ง logistics และ energy strategy เข้าด้วยกัน

ในมุม ค้าปลีกอย่างท็อปส์ (Central Retail) การเร่งขยาย EV Truck เป็น 44 คันภายในปี 2569 ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วย ESG เพียงอย่างเดียว แต่เป็น “เครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงาน” และเสถียรภาพซัพพลายเชนโดยตรง ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ผันผวน โดยตั้งเป้าลดการใช้น้ำมันกว่า 457,000 ลิตรต่อปี พร้อมลดคาร์บอนระดับพันตัน
ขณะที่ ไปรษณีย์ไทย ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ของประเทศ กำลังยกระดับ EV Truck จากระดับ “การทดลองใช้” ไปสู่ “ระบบ” ผ่านการวางแผนแบบ Data-driven logistics และ war room ด้านพลังงาน เพื่อรับมือวิกฤตเชิงระบบ ทั้งการขาดแคลนน้ำมันและความผันผวนของต้นทุน โดย EV ช่วยลดต้นทุนพลังงานได้ถึง 30–40% และลดคาร์บอนได้เฉลี่ย 20–30%
สิ่งที่น่าสนใจคือ ทั้ง 3 เคสไม่ได้พูดถึง EV ในฐานะ “เทคโนโลยี” แต่กำลัง reposition EV Truck เป็น “กลยุทธ์ธุรกิจ” ใน 3 มิติสำคัญ
-Cost Resilience: ลดความเสี่ยงจากราคาพลังงาน
-Supply Chain Stability: รักษาความต่อเนื่องของการกระจายสินค้า
-Carbon Reduction: ตอบโจทย์ Net Zero และ ESG
ภาพรวมนี้สะท้อนชัดว่า Green Logistics กำลัง Shift จาก CSR เป็น Core Strategy และ EV Truck คือจุดที่ “จับต้องได้เร็วที่สุด” ในการ Transform ระบบโลจิสติกส์
เสมือนการเปลี่ยนเกมจาก “ขนส่งเพื่อส่งสินค้า” ไปสู่ “ขนส่งเพื่อบริหารความเสี่ยง + สร้างความสามารถแข่งขัน” และคำถามสำคัญต่อจากนี้ไม่ใช่ “จะใช้ EV Truck หรือไม่” แต่คือ “ใครจะ Scale ได้เร็ว และ Integrate เข้ากับระบบธุรกิจได้ลึกกว่า”



