Uniqlo ประเทศไทยเผยกลยุทธ์ความยั่งยืนปี 2026 และแนวทาง ESG ที่เชื่อมกับ Circular Economy – SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand Uniqlo ประเทศไทยเผยกลยุทธ์ความยั่งยืนปี 2026 และแนวทาง ESG ที่เชื่อมกับ Circular Economy – SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand

ยูนิโคล่ ประเทศไทย เปิดกลยุทธ์ธุรกิจ Sustainability 2569

ครบรอบ 15 ปี ขับเคลื่อน Circular Economy ผ่าน RE.UNIQLO และ RE.UNIQLO Studio

กุมภาพันธ์ 28,2026…ยูนิโคล่ ประเทศไทย ประกาศแผนความยั่งยืนปี 2569 ย้ำพันธกิจ “Unlocking the Power of Clothing” เปลี่ยนเสื้อผ้าคุณภาพให้เป็นพลังแห่งความดีต่อผู้คน โลก และชุมชน พร้อมเดินหน้ากิจกรรม Sustainability ต่อเนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปีในไทย สอดคล้อง ระเบียบโลกใหม่ ESPR ที่กำหนดให้สินค้า “ต้องทนทาน ซ่อมได้ และตรวจสอบย้อนกลับได้”

ยูนิโคล่ ประเทศไทย แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียง CSR เชิงภาพลักษณ์ หากแต่เชื่อมโยงกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ โมเดลธุรกิจ และการบริหารซัพพลายเชนอย่างเป็นระบบ ภายใต้ปรัชญา “Unlocking the Power of Clothing” ที่มุ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าคุณภาพสูงให้เป็น “Force for Good” ทั้งต่อผู้คน โลก และชุมชน

โยชิทาเกะ วาคากุวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ตลอด 15 ปีของการดำเนินธุรกิจในไทย ยูนิโคล่ขับเคลื่อนความยั่งยืนควบคู่การเติบโต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ในปีงบประมาณล่าสุดเพียงครึ่งปีแรก (ก.ย. 2568 – ม.ค. 2569) ยูนิโคล่บริจาคเสื้อผ้าแล้วราว 95,000 ชิ้น ผ่านโครงการ RE.UNIQLO Warmth for All และการช่วยเหลือฉุกเฉินในพื้นที่ภัยพิบัติ

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการบริหารสต็อกและการจัดการสินค้าที่เหลืออย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งปัจจุบันสอดคล้องกับแนวโน้มกฎหมายยุโรปที่ห้ามทำลายสินค้าที่ขายไม่ออก

อีกหนึ่งกลไกเชิงกลยุทธ์คือ RE.UNIQLO STUDIO ที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งให้บริการซ่อมแซมและดัดแปลงเสื้อผ้าเพื่อยืดอายุการใช้งาน โดยในปี 2568 มีลูกค้านำสินค้าเข้ารับบริการประมาณ 2,400 รายการ เพิ่มขึ้นกว่า 110% จากปี 2567

นี่ไม่ใช่เพียงกิจกรรมสร้างภาพลักษณ์สีเขียว แต่คือการสร้าง “ระบบซ่อม” ภายในธุรกิจค้าปลีกแฟชั่น ซึ่งตรงกับข้อกำหนดใหม่ของ *ESPR ที่ผลักดันให้สินค้าออกแบบมาเพื่อความทนทานและซ่อมได้ตั้งแต่ต้นน้ำ

ในมิติการจัดการทรัพยากร ยูนิโคล่ยังเดินหน้าเป้าหมาย Zero Landfill ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรรีไซเคิล โดยร้านสาขาทั้ง 50 แห่งได้รับการอบรมคัดแยกขยะ 5 ประเภทอย่างเป็นระบบ และวางแผนขยายผลครอบคลุมทุกสาขาและคลังสินค้าในปี 2569

การดำเนินการดังกล่าวช่วยยกระดับความพร้อมด้านข้อมูลและการติดตามวัสดุ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในยุคที่ **DPP กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดยุโรป

เมื่อพิจารณาในมุม Business Strategy การลงทุนในโมเดลซ่อม การบริจาคอย่างมีระบบ และการจัดการขยะครบวงจร ไม่เพียงลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบระหว่างประเทศ แต่ยังสร้างความแตกต่างเชิงการแข่งขันในตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและอายุการใช้งานของสินค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

กรณีของยูนิโคล่จึงสะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า ความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุนเพิ่ม แต่คือการออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่ที่เชื่อม Sustainability เข้ากับ Strategy และสร้างผลลัพธ์ต่อ Society อย่างเป็นรูปธรรม

*ESPR-Ecodesign for Sustainable Products Regulation กฎหมายที่ยุโรป บังคับให้เลิกผลิตแบบเน้นปริมาณ แล้วเปลี่ยนมาเน้นความทนทาน ซ่อมได้ และห้ามทำลายสินค้าที่ขายไม่หมด

**DPP-Digital Product Passport ดิจิทัลของเสื้อผ้าที่ระบุแหล่งที่มา วัสดุ และวิธีรีไซเคิล เพื่อบังคับให้แบรนด์โปร่งใสและเลิกใช้แล้วทิ้ง