กุมภาพันธ์ 22,2026…กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญโจทย์โครงสร้างด้านสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อน เมื่อเมืองผลิตขยะมากกว่า 9,000 ตันต่อวัน และกว่าครึ่งเป็น “ขยะอาหาร” ที่ควรถูกแยกตั้งแต่ต้นทาง แต่ในความเป็นจริง ระบบอาคารสูงอย่างคอนโดมิเนียมยังไม่มีโมเดลที่เหมาะสมกับบริบทเมืองหนาแน่น เพื่อ คอนโดนี้…ไม่เทรวม
ล่าสุด กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (DEPA) สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เปิดตัว “โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร” เพื่อสร้างต้นแบบระบบจัดการขยะในอาคารสูง และวางรากฐานสู่การขยายผลครบทั้ง 50 เขตในอนาคต
พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย H.E. Mr. Danny Annan, Ambassador of Denmark to Thailand และ Jens Nytoft Rasmussen, Programme Manager, The Danish Environmental Protection Agency (DEPA) ร่วมกันกล่าวถึงความร่วมมือการยกระดับสู่“คอนโดนี้…ไม่เทรวม”
จากนโยบาย “ไม่เทรวม” สู่กลไกเศรษฐศาสตร์เมือง สิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจ ไม่ใช่แค่การวางถังขยะเพิ่ม แต่คือการเชื่อมโยงกับข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะฉบับใหม่ของกรุงเทพฯ (พ.ศ. 2568) ที่ยึดหลัก Polluter Pays Principle หรือ “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย”
ครัวเรือนที่คัดแยกขยะจะเสียค่าธรรมเนียมน้อยลง ขณะที่ผู้ไม่คัดแยกต้องจ่ายในอัตราสูงกว่า กลไกนี้สะท้อนการใช้ “เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์” เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม (Behaviour Change) แทนการรณรงค์เพียงอย่างเดียว

เมื่อเจาะลึกพฤติกรรมขยะชาวคอนโดฯ จากการสำรวจของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับองค์ประกอบขยะในคอนโดมิเนียม ดังนี้
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า “ต้นทาง” ยังเป็นจุดเปราะบางของระบบ
ประสบการณ์จากเดนมาร์กซึ่งสามารถรีไซเคิลขยะครัวเรือนได้เกือบครึ่งหนึ่ง ชี้ให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่จาก “ระบบที่เข้าใจง่าย” และสัญลักษณ์ภาพมาตรฐานที่ประชาชนเข้าใจตรงกัน

“ความร่วมมือนี้คือจิ๊กซอว์สำคัญที่จะเปลี่ยน ‘โครงการนำร่อง’ ให้กลายเป็น ‘มาตรฐาน’ ของ 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ”






